Close your eyes... And wish Part 1

posted on 28 Feb 2008 19:04 by matora  in DTW-Story

Close your eyes… and wish
ตอนที่ 1 คำสาปร่างซ้อน

ณ เอกภพเบื้องหลัง หรือเอกภพที่สอง ซึ่งเป็นคู่ขนานกับเอกภพที่พวกเราอยู่กัน สถานที่ที่มีชื่อเรียกได้หลายรูปแบบ แล้วแต่คนจะจินตนาการและตีความหมายของมันออกมา

ทุกอย่างของเอกภพนี้ เหมือนกับเอกภพแรก หรือเอกภพเบื้องหน้า เกือบจะทุกประการ ต่างกันที่พลังของผู้คน วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ การทำงาน พบปะสังสรรค์ และความเชื่อ ที่ต่างกัน บ้างก็ต่างสุดขั้วจนน่าตกใจ บ้างก็กลับหางตาลปัด ตรงกันข้ามไปเลย บ้างก็เหมือนกันเป้ะๆ  ไม่มีใครรู้ที่มาแน่ชัดของการเกิดเอกภพคู่ขนาน และเล่าไปก็แทบจะไม่น่าเชื่อ สำหรับมนุษย์ในเอกภพแรก แน่นอน แค่จะเป็นกาแล็กซี หรือโลกคู่ขนาน คนก็ยังแทบจะไม่เชื่ออยู่แล้ว นับประสาอะไรกับเอกภพคู่ขนาน ซึ่งมีขนาดใหญ่ ชนิดดาวเทียมสำรวจ ตรวจตระเวน ยังทัวร์ได้ไม่หมดไม่ทั่ว แถมยังไม่จบสิ้นอีกด้วย

ทางผ่านของมัน จะผ่านจากโลก สู่โลก โดยใช้พลังธาตุในรูปแบบหนึ่ง พาตัวผู้คนย้ายผ่านหลุมดำ และดิ่งลงสู่โลกในอีกเอกภพ ซึ่งมีที่รับรองจุดหมายไว้ให้แล้ว ไม่ตกมามั่วๆแบบดาวหาง หรืออุกกาบาตแบบหนังเรื่องซูเปอร์แมนแน่นอน

ซึ่งเราเรียกมันว่า Dive to World จริงๆแล้ว วิธีการนี้ ใช้กับผู้ชนะเลิศในการแข่งขันค้นหาผู้ที่จะช่วยทำลายหลุมดำด้วย สงสัยล่ะสิ? ว่าใช้หลุมดำเป็นทางผ่านไปอีกเอกภพ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญในการเชื่อมต่อเส้นทางแล้ว ทำไมต้องหาคนมาทำลายมัน?

ทุกท่านคงจะรู้จักกับสถานะของหลุมดำดี มันเป็นสิ่งที่ดูดกลืนทุกสิ่งไม่เว้นแม้กระทั่งแสง และมีเด็กสาวตัวเล็กๆ ที่จุติมาจากดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ แถมยังมีผู้ที่เป็น ดาวหาง อีกต่างหาก ที่มาเพื่อทำลายหลุมดำ โดยผู้ที่เป็นบุตรี จากดวงอาทิตย์และดวงจันทร์จะต้องสละชีพตัวเองเพื่อทำลายหลุมดำ ถ้าหากว่าไม่สามารถหาผู้ที่ทำลายหลุมดำได้จริงๆ

บางคน เอ่ยว่า ก็แค่เด็กผู้หญิงคนสองคน จะสละเพื่อเอกภพที่แสนสำคัญไม่ได้หรือไง?... หาได้รู้ไม่.. ว่าทุกครั้ง ที่พวกเธอสละชีพ พวกเธอไม่ได้ไปเกิดใหม่เป็นคนธรรมดา แต่กระแสจิต และวิญญาณ ก็เริ่มรวมตัว และจุติลงมาใหม่ ถ้าหากหลุมดำนั้น มีเพิ่มขึ้นมาอีก...

จะมีใครบ้างล่ะ ที่หยุดชะตากรรมที่แสนเศร้า ที่ต้องเกิดมาแล้วก็ตาย เกิดมาแล้วก็ตาย แบบนี้...

แต่กลับกัน ถ้ามีคนที่ทำลายหลุมดำลงได้ นอกจากบุตรีทั้งสอง ผู้นั้นคือผู้ชนะการแข่งขัน และจะได้รับรางวัล เกี่ยวกับเรื่องห้วงกาลเวลา อย่างเช่น กลับไปแก้ไข หรือดูอดีต และสามารถไปได้ถึงอนาคตอีกด้วย แต่เวลาที่จะอยู่ในห้วงเวลาเหล่านั้น ก็มีจำกัดเช่นกัน ซึ่งแล้วแต่พลังที่หลงเหลืออยู่ในตัวของบุตรีทั้งสองของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์

และพอกลับมาจากอดีต จะได้รับการประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์ ที่เรียกว่า Dive to World เช่นกัน วิธีคล้ายๆกับที่อธิบายไปในตอนแรก แต่นี่กำจัดหลุมดำที่เป็นทางเชื่อมต่อ แล้วจะทำยังไงน่ะสิ? เรื่องนี้ยังไม่สามารถจะมีใครล่วงรู้ได้ นอกจากบุตรีทั้งสอง ผู้กุมความลับทุกอย่างของการแข่งขัน...

เอาล่ะ ฉันเล่ามันแค่นี้ สำหรับไอ้คนอัจฉริยะด้านทฤษฎีอย่างนาย คงไม่ต้องพูดอะไรมากนะ เฟียส เสียงเด็กสาวคนหนึ่งเอ่ย ก่อนจะทำสีหน้าเบื่อหน่าย เธอมีผมสีน้ำเงินฟ้าราวกับท้องฟ้ายามที่ราตรีได้จากไปไม่นาน ตัดสั้นเพียงด้านหน้า และด้านหลังปล่อยยาวมัดรวบไว้กลางหลัง นัยน์ตาสีแดงออกบานเย็นหรี่ลงเล็กน้อย ก่อนจะหลับตาปิดปากหาวอย่างง่วงๆ จริงๆแล้วใบหน้าเธอดูห้าวๆจนถ้าไม่สังเกตดีๆก็อาจนึกได้ว่าเป็นผู้ชายอีกด้วย

ส่วนเด็กชายผมสีทองแซมสีครีมนวล พันผ้าพันแผลเก่าๆปิดตาข้างซ้ายไว้ นัยน์ตาสีเขียวมรกตดูไร้เดียงสา แต่เขากลับไม่เป็นเช่นนั้น เขานั่งทำหน้าตั้งใจฟัง

ท่าทางฉันจะไม่ค่อยเข้าใจหรอก เดิมทีฉันไม่ใช่คนเอกภพนี้นี่ เธอเล่าให้ฟังใหม่ได้ไหม เซลฟี่ เด็กหนุ่มผมทองเอ่ยยิ้มๆ ในขณะที่เด็กสาวที่นั่งกุมขมับอยู่เริ่มค้อนสายตามองเขาอย่างไม่พอใจ

ใครสั่งให้นายเรียกฉันด้วยชื่อนั้น ฉันชื่อเซลเฟอร์!!” เธอพูดห้วนๆ

เธอก็เรียกฉันว่าเฟียส ทั้งๆที่ฉันชื่อเฟียลอสนี่นา อีกฝ่ายเริ่มถึงขีดแล้วเหมือนกัน ไม่นาน เสียงประตูก็เปิดเข้ามา ทำให้เห็นร่างอาคันตุกะสองคนที่เหมือนจะไปวิ่งมาใหม่ๆ

คนหนึ่งมีผมสีน้ำตาลเข้มดูยุ่งๆ นัยน์ตาคมสีแดงประกาย จนบางเวลาก็ดูน่ากลัว แต่ท่าทางของเขา กลับดูเป็นกันเอง อีกคน ผมยาว ซอยสั้นจากด้านหลังให้ยาวเกยไหล่ไปเล็กน้อย  ไว้ผมปิดตาข้างขวา สีแดงเพลิง เฉกเช่นเดียวกับนัยน์ตา

ไปวิ่งมา?? เซลเฟอร์หันไปพูดกับทั้งคู่น้ำเสียงเชิงถาม ทั้งคู่พยักหน้า

แล้วพวกเธอทำอะไรกันอยู่หรอ? ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มถามเธอกลับ เธอถอนหายใจ แค่นี้ก็ยังดูไม่ออกอีกเรอะ

ซักผ้ามั้ง? เซลเฟอร์ตอบอย่างอารมณ์บ่จอย ก่อนจะลุกเดินออกไปข้างนอก ที่นี่เป็นบ้าน แต่ก็เป็นบ้านที่มีรูปทรงแปลกๆ เรื่ององค์ประกอบภายในก็แปลกตาดีเช่นกัน แต่ก็จัดได้ว่าดูสวยในแบบของเอกภพนี้

อ้าว!? โกรธอะไรล่ะนั่น ชายผมสีน้ำตาลมุ่นคิ้ว ก่อนจะมองตามคนที่เพิ่งเดินออกไป

เอาเถอะ ฟาริล เซลเฟอร์อาจจะอารมณ์ไม่ดีก็ได้มั้ง ชายผมสีแดงเพลิงเอ่ยบอก ให้ชายนามว่าฟาริลใจเย็นลงบ้าง

นายก็รู้นี่ ว่าเซลเฟอร์มีเรื่องเครียดอยู่

นายรับได้เพราะนายเรียนอยู่กับเธอมาตั้งแต่เด็กนี่ อินเฟอร์โน ฟาริลสวนกลับทันควัน อินเฟอร์โน ผู้ถูกย้อน อึ้งไปพักหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจ เฟียลอสมองทั้งคู่ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ... ทำให้ฟาริลหันมามอง

หัวเราะอะไร!?” เขาถามน้ำเสียงรนๆ เมื่อรู้ว่าโดนหัวเราะ

เปล่าๆ แต่เห็นพวกนายห่วงกันแบบนี้แล้วมันก็อุ่นใจดี.. เฟียลอสเอ่ยยิ้มๆ

ชิ.. พูดอะไรอย่างกับผู้หญิง ฟาริลพูดประชด ทำให้เฟียลอสสะดุ้งก่อนขมวดคิ้วนิดหน่อย พูดแค่นี้มันเหมือนผู้หญิงตรงไหนกัน?

เฮ้อ.. อย่าว่าแต่เซลเฟอร์อารมณ์เสียบ่อยเลย นายก็หัดอย่าอารมณ์เสียบ่อยตามเธอไปล่ะ เฟียลอสเอ่ย ก่อนจะเดินออกไปข้างนอกเช่นกัน

เฮ้! เฟียลอส อินเฟอร์โนหันไปเรียก เฟียลอสหันกลับมา

นายรู้ทางในเมืองแล้วเรอะ!? ล่าสุดได้ยินมาจากเรเวนกับฮันโตริว่านายหลงทางนี่นา อินเฟอร์โนถาม เฟียลอสสะดุ้งอีก ก่อนจะยิ้มเจื่อน แล้วเอามือเกาหัวแก้เขิน

ถ้าจะออกไปเดี๋ยวขอพวกเราไปเปลี่ยนชุดก่อนนะ รอก่อนแล้วกัน อินเฟอร์โนพูดยิ้มๆอย่างเป็นกันเอง ก่อนจะผลักฟาริลที่ไม่ทันได้รู้ได้เห็นด้วยไปอย่างรวดเร็ว

เฮ้ย!!!! ทำไมต้องเอาฉันไปเกี่ยวด้วย!!” ฟาริลรีบโวยวาย แต่ก็โดนอินเฟอร์โนลากไปจนได้ เฟียลอสยิ้มเล็กน้อย อย่างน้อย คนที่ไม่เคยมีเพื่อนเลยอย่างเขา ก็ยังมีเพื่อนมากขนาดนี้.. ก่อนหน้านี้ เขามีเพื่อนคนหนึ่ง ซึ่งเป็นกรรมการการแข่งขันหาผู้ทำลายหลุมดำ นั่นคือเพื่อนคนแรกของเขา แม้ว่าอีกฝ่ายอาจจะไม่ได้คิดเช่นนั้น แต่สำหรับเฟียลอส หมอนั่น ก็ยังเป็นเพื่อนเขาอยู่เสมอ

.

.

.

ตัดมาตามทางเดิน ที่มีร้านค้าแฟชั่นมากมาย เซลเฟอร์เดินเลี่ยงๆร้านเหล่านั้นมา ก่อนจะรีบวิ่งไป ณ ที่หนึ่ง แต่ไม่ทันระวัง เธอก็ชนกับใครคนหนึ่งเข้า 

ตุบ!! 

อ้ะ!!” ของในมืออีกฝ่ายหล่นลงมา เซลเฟอร์ตกใจ รีบลุกขึ้นช่วยเก็บทันที

ขอโทษค่ะ เธอเอ่ย ก่อนจะยื่นของนั้นคืน แต่ก็ต้องตกใจ เมื่อนั่นคือ...

อ้าว เซลฟี่นี่นา มาทำอะไรน่ะ?? เด็กสาวผมสีเขียวใบไม้สีธรรมชาติรวบผมข้างหนึ่งด้วยที่มัดผมรูปดาว นัยน์ตาสีทองอบอุ่น ที่มองดีๆจะเห็นว่าแฝงเจือด้วยสีแดงลึกๆซึ่งเป็นตัวแทนความเศร้าโศกเมื่ออดีต มองมายังเซลเฟอร์ด้วยสีหน้าแปลกใจ กับชื่อเรียกเธอแบบสนิทสนมเอามากๆ

เรเวน.. เซลเฟอร์พึมพำชื่ออีกฝ่ายเสียงเบา

อ่า.. เอ้อ!! ใช่ เธอเห็นอเลเซียกับฮันโตริบ้างหรือเปล่า สองคนนั้นมาด้วยกันกับฉัน แล้วก็หายไปไหนไม่รู้ เรเวนถามเซลเฟอร์น้ำเสียงร้อนรน เซลเฟอร์ส่ายหน้า

ฉันว่า.. อาจจะแค่ไปดูของก็ได้มั้ง เซลเฟอร์เสนอความคิด

ว่าแต่เธอจะไปไหนหรอ?? ท่าทางรีบๆนะ ถึงขนาดมองไม่ดูทางเลยนี่ เรเวนถามเซลเฟอร์บ้าง เซลเฟอร์เลิกลักเล็กน้อย

น้ำพุศักดิ์สิทธิ์น่ะ เธอเอ่ยตอบ แปลกดี ตอบแค่นี้ทำไมตัวเธอต้องเลิกลักเหมือนกับว่ามันเป็นเรื่องน่าอายสำหรับตัวเธอยังไงก็ไม่รู้

อืม อ๊ะ!! ใช่แล้ว เห็นอเลเซียก็บ่นๆระหว่างทางว่าจะไปเหมือนกัน เรเวนนึกขึ้นได้

งั้นไปกันเถอะ เซลฟี่ เรเวนพูดยิ้มๆ เซลเฟอร์เริ่มมองด้วยสายตาไม่พอใจ เมื่อถูกเรียกด้วยชื่อนั้นอีกครั้งหนึ่ง.. ถึงแม้ว่าจะเป็นมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่เรียกทีไรก็ทำให้ชวนคลื่นไส้ขนลุกทุกที 

.

.

ณ ลานน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ เด็กสาวผมสีม่วงดำยาวหยักศก มัดรวบแล้วปักปิ่นไม้สีนวลพันด้วยผ้าสีน้ำตาลเข้ม ซึ่งผูกกับจี้ดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยวเล็กๆไว้ นัยน์ตาสีดำกลมโตเบิกกว้าง เมื่อมองไปที่น้ำพุศักดิ์สิทธิ์ สถานที่ ที่ทุกคนต่างเคารพ บูชา แต่ไม่ค่อยข้องแวะ แปลกดี ทั้งๆที่สวยออกขนาดนี้..

เด็กสาวคิดไม่นาน ก็ได้ยินเสียงคนอีกคนที่เดินตามหลังมา เธอหันไปมอง ชายหนุ่มผู้มีผมสีดำขลับ นัยน์ตาสีแดงวาวโรจน์ ที่มองมาที่น้ำพุเช่นเดียวกับเธอเมื่อครู่ หากแต่ยามนี้ เธอหันมามองเขาเท่านั้น

ฮันโตริ นายมาที่นี่บ่อยหรือเปล่า? เธอถาม

บ่อย.. คำตอบสั้นๆ จากปากคนตรงหน้า น้ำเสียงที่ดูห้วนๆ แต่แฝงความรู้สึกเป็นกันเอง

ฉันเพิ่งเคยมาที่ โลกนี้ ที่นี่ เป็นครั้งแรก แต่ก่อนไม่เคยหรอก โดนกักขังไว้นี่นา.. เด็กสาวพูดต่อ ก่อนจะถอนหายใจ ในความเสียดายต่อโชคชะตาของตน... ไม่นานนัก ก็มีคนที่วิ่งมาหาทั้งคู่ที่ยืนเงียบกันอยู่ ทำให้ทั้งคู่หันไปมอง 

เฮ้อ! มาจริงๆด้วย เรเวนเอ่ย ระหว่างที่วิ่งมายังบุคคลทั้งสองโดยมีเซลเฟอร์วิ่งตามหลังมา

.... เซลเฟอร์เงียบไปพักหนึ่งเมื่อเห็นสองคนนั้น จนกระทั่งเรเวนวิ่งไปหาทั้งคู่ ก่อนจะก้มลงหอบเล็กน้อย..

จะวิ่งทำไม? ถ้าหอบแบบนี้น่ะ ฮันโตริชิงถาม ก่อนที่เด็กสาวอีกคนจะทันได้พูดอะไร

ตามหาพวกนายสองคนเนี่ยแหละ เจ้าฮันโตริ อเลเซียด้วย เรเวนพูด ก่อนจะยิ้มร่า เซลเฟอร์ที่เดินตามหลังมามองไปทางฮันโตริเล็กน้อย อย่างไม่ค่อยสบอารมณ์

มองอะไรยาย…” 

เปรี้ยง!!

 ไม่ทันจะได้สาวความกันต่อ ลูกเตะฟรีคิกของเซลเฟอร์ก็พุ่งเข้าใส่ฮันโตริเสียแล้ว ดีที่เขาเอามือรับไว้ทัน ไม่งั้นก็คงจะกระเด็นปลิวไปแบบการ์ตูนแล้วล่ะ

เหอะ.. เซลเฟอร์ถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะเอาเท้าเธอลง

ฉันอยากประทับเบอร์รองเท้าฉันลงบนหน้านายมากกว่าที่จะเป็นมือนายนะ ฮันโตริ... เธอพูดด้วยน้ำเสียงหวังดี แม้ว่าความหมายประโยค จะไม่ใช่สิ่งที่เรียกว่า ความหวังดี เลยสักนิด...

อ๋อเหรอ? ฉันว่าเธอไปเตะตะกร้อ แบบคนในเอกภพเบื้องหน้ายังเหมาะกว่าเลย

ว่าไงนะ!!?”

โอ๊ย!! พอได้แล้วทั้งสองคน เด็กสาวผมสีม่วงดำ ผู้มีนามว่าอเลเซียโวยวายขัด ก่อนที่จะเกิดสงครามอันไม่ควรในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ 

.

.

.

ตัดมาทางเฟียลอส และฟาริลกับอินเฟอร์โน... ทั้งสามคนเดินมาเรื่อยๆ ชมตามเมือง ซึ่งฟาริลมีสีหน้าเบื่อๆ อินเฟอร์โนก็เดินอารมณ์ดีมาตลอดทาง ทั้งๆที่ไม่ได้รู้สึกตัวเลยว่าสีผมของตนนั้นเตะตาชาวบ้านเขามากๆ.. ส่วนเฟียลอสเดินมองโน่น มองนี่อย่างตื่นเต้น

แล้วนี่จะไปที่ไหนหรอ? เฟียลอสหันไปถามอินเฟอร์โนที่เดินนำทางอยู่

ก็.. น้ำพุศักดิ์สิทธิ์น่ะ.. อินเฟอร์โนหันมาตอบยิ้มๆ เฟียลอสทำหน้าฉงน แต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป.. กลับรู้สึกถึงลางสังหรณ์อะไรบางอย่าง 

.

.

อีกทาง เซลเฟอร์กับฮันโตริเริ่มกัดกัน หรือภาษาราชการ มีปากเสียง อีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ สองสาว เรเวนและอเลเซีย ต้องรีบหยุดหนึ่งหญิงหล่อ กับหนึ่งชายขรึมแล้วลากตัวให้ห่างออกจากกัน ถึงแม้จะไม่ช่วยอะไร เพราะว่าทั้งคู่ก็ยังสามารถตะโกนเถียงกันได้หน้าตาเฉย

นี่!! ที่นี่มันสถานที่ศักดิ์สิทธิ์นะ!! พวกเธอจะมาทะเลาะกันแบบนี้ได้อย่างไร!!” เสียงหนึ่งเอ่ย ก่อนจะปรากฏร่างหนึ่ง เหนือน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ ทำให้เซลเฟอร์กับฮันโตริหยุดเถียงกันทันทีหญิงสาว ในชุดคลุมสีขาวไล่เกลี่ยสีกับสีฟ้าน้ำเงิน มีเครื่องประดับมากมาย ผิวของเธอขาวซีด แต่ดูสะอาด ผมสีขาว แต่กลับไม่ได้ขาวโพลนเหมือนคนผมหงอก แต่ขาวประดุจหิมะบริสุทธิ์ ดวงตาสีฟ้าใสนั้น จ้องมาทางทั้งสี่คนอย่างไม่ค่อยพอใจ

... ทั้งสี่คนเงียบกับสิ่งที่เห็น

ไม่มีใครคิดจะขอโทษกันเลยหรือ?.. ถ้าเช่นนั้น ก็คงต้องลงโทษ หญิงสาวคนนั้นเอ่ย พลัน น้ำจากน้ำพุก็พุ่งขึ้นมา แล้วก่อตัวเป็นพู่กันขนาดเหมาะมือในมือเธอ

อ..เอ่อ.. ต้องขอโทษแล้วก็ขออภัยด้วยค่ะ พอดีว่าเพื่อนๆเรามีเรื่องขัดคอกันนิดหน่อยเท่านั้นเอง เรเวนกับอเลเซียรีบโค้งตัวขอโทษ แต่อีกสองคนกลับนิ่งเฉย แล้วหันกลับไปมองหน้ากันอีกครั้ง ก่อนที่จะโค้งตัวตาม

สายไปแล้วล่ะ นี่ยังดี ที่เธอสองคนไม่ได้ก่อเรื่อง ดังนั้น ฉันจะลงโทษอีกสองคน หญิงสาวคนนั้นพูด ก่อนจะมองมาทางเซลเฟอร์และฮันโตริ

เดี๋ยว!!! ถ้าจะลงโทษ ก็ขอให้ลงโทษเราไปด้วยเถอะ เรเวนพูดแล้วเข้ามาขวางหญิงสาวทันที หญิงสาวยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย

ช่างเป็นเพื่อนที่บริสุทธิ์ใจอะไรเยี่ยงนี้.. ก็ดีงั้นฉันจะยอมยกโทษให้.. เรื่องจบลงอย่างง่ายๆ หญิงสาวหันหลังเดินกลับไปหาน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ แต่แล้ว.. 

...ซะเมื่อไหร่ล่ะ..

พูดจบ ก็หันมาวาดพู่กันกลางอากาศ โดยไม่ให้อีกฝ่ายตั้งตัว แสงสีขาวพุ่งเข้าใส่เซลเฟอร์และฮันโตริ จนทั้งคู่กระเด็นล้มไปเลยทีเดียว ก่อนที่ร่างของทั้งคู่จะเริ่มเลือนๆและโปร่งแสง

ระหว่างสองคนนี้ พวกเธอคิดว่าใครสำคัญกว่านะ.. ฉันให้พวกเธอเลือก.. หญิงสาวถามเรเวนและอเลเซียที่ยืนอึ้งกับเหตุการณ์ตรงหน้า

ไม่ว่าจะคนไหน สำหรับเราก็สำคัญทั้งคู่นั่นแหละ ทั้งเรเวนและอเลเซียตอบพร้อมกัน

เธอทำอะไรกับเพื่อนเราน่ะ ทำให้พวกเขากลับเป็นเหมือนเดิมนะ อเลเซียบอก แต่เมื่อหญิงสาวมองมา เธอก็ต้องชะงักกึก

งั้น.. ฉันจะให้ความยุติธรรมกับทั้งคู่.. ไม่นานหญิงสาวก็วาดพู่กันกลางอากาศ ร่างโปร่งแสงของเซลเฟอร์และฮันโตริซึ่งสลบอยู่นั้นเริ่มเรืองแสงขึ้นมา จนเรเวนและอเลเซียต้องหลับตาเมื่อแสงหายไป กลับเห็นฮันโตรินอนสลบอยู่ ส่วนเซลเฟอร์นั้น หายไปแล้ว ทั้งคู่ตกใจ ก่อนจะหันกลับไปหาคนต้นเหตุ แล้วชักอาวุธขึ้นมา

อย่าห่วง ทั้งสองคน ตอนนี้ใช้ร่างซ้อนกันอยู่.. หญิงสาวเอ่ย

ร่างซ้อน??? เรเวนทวน

ใช่.. เด็กหนุ่มจะเป็นผู้มอบแสงสว่าง และเด็กสาว จะเป็นผู้นำทางในความมืด.. ยามกลางวัน หากตกน้ำ กาลเวลาจะผันแปรเปลี่ยนให้เป็นอีกคน ส่วนยามกลางคืน หากถูกไฟเผา ก็จะกลับเวลาเป็นอีกคน คำอธิบายวกวน ที่คนใจร้อนอย่างเรเวนและอเลเซียฟังไม่ค่อยเข้าใจนัก เอ่ยออกมาจากปากของหญิงสาวที่กลายเป็นคนแปลกหน้า แม้จะอยู่ในน้ำพุศักดิ์สิทธิ์... เพราะเหตุนี้สินะ ผู้คนจึงไม่ค่อยขึ้นมา... เพราะเกรงกลัวในอำนาจ..

อย่าห่วงไป คำสาปนี้มีทางแก้ แต่พวกเธอต้องหาเอาเอง.. หญิงสาวเอ่ย ก่อนจะยิ้มกริ่มอย่างพอใจ แล้วกระโดดกลับไปที่น้ำพุ ก่อนจะจมหายไปกับสายน้ำ..ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าก็ดังเข้ามา ก่อนจะเห็นร่างสหายอีกสามคนกำลังวิ่งมาด้วยท่าทีตื่นตระหนก

เกิดอะไรขึ้น!!” อินเฟอร์โนรีบถาม ราวกับรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น

.

.

ณ บ้านของทั้ง7คนเรเวนกับอเลเซียช่วยกันอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ทั้งสามคนฟัง

คำสาปจากผู้ปกป้องรักษาแดนศักดิ์สิทธิ์ อินเฟอร์โนเปรยๆ หลังจากฟังที่ทั้งคู่เล่า

ไม่มีทางแก้เลยหรอ? ฟาริลถาม

ไอ้หมาบ้าสมองตื๊อ ก็มันมี แต่ยัยนั่นไม่บอก เรเวนพูดอย่างหัวเสีย ก่อนจะนั่งฟุ่บหน้าลงกับเข่าด้วยความรู้สึกสลดและหดหู่มากที่ช่วยเพื่อนไม่ได้ ฮันโตริ ตอนนี้ยังสลบอยู่ แต่เป็นที่น่าห่วงเหลือเกินว่าจะเป็นอะไรไป...

ฉันว่า มันคงต้องมีทาง เฟียลอสเอ่ย

แล้วมันอะไรล่ะ ทางที่นายว่า!?” อเลเซียถาม เฟียลอสคิดอยู่ครู่หนึ่ง คำสาปแบบนี้เหมือนจะคุ้นๆในหนังสือนิยายสักเรื่อง

ก็.. ก็.. มันอะไรน้า!! อ้ะ!! ใช่ๆ สิ่งที่สองคนนั้นไม่ได้มีให้กันไงล่ะ เฟียลอสเอ่ยมาอย่างนึกได้

ความรักรึไง? ฟาริลแกล้งแซว ให้เฟียลอสหน้าเสียเล่นอีก เฟียลอสหันไปมองด้วยสีหน้าฉุนนิดๆ นี่มันไม่ใช่เวลามาเล่นมุขสักหน่อย

...สามัคคีไง!!.. ถ้าแบบนั้น... แต่ว่า.. ทั้งคู่จะร่วมมือมั้ยนี่สิ.. อเลเซียเอ่ยอย่างกังวล

ถ้าบังคับก็ได้ล่ะมั้ง เรเวนเสนอ

ไม่ได้หรอก ถ้ามันไม่ได้มาจากความจริงใจคงจะไม่มีผล.. อินเฟอร์โนว่า ทำให้เรเวนหน้างอไปเลยทีเดียว

ถ้าพูดถึงความจริงใจ เซลเฟอร์ก็มีปัญหาแหละ เขาพูดต่อ ทำให้ทุกคนหันมามอง ก่อนจะถามพร้อมกันว่า

ทำไมล่ะ?อินเฟอร์โนนิ่งเงียบ ถ้าไม่เล่าก็คงจะคาใจกันไปเรื่อยๆ

ตั้งแต่อยู่กับเซลเฟอร์มา ฉันยังไม่เคยเห็นเธอเปิดใจ หรือจริงใจกับใครเลย.. อินเฟอร์โนพูด ก่อนจะเกาหัวอย่างจนปัญญา แค่นี้ทางไปก็โดนปิดแล้ว..

อย่าว่าแต่เซลเฟอร์เลย ฮันโตริก็ท่าทางจะเป็นงั้น อเลเซียเอ่ยบ้าง

เส้นทาง.. ปิดตายโดยสมบูรณ์

แล้วพวกเขาจะทำอย่างไรล่ะ ผลของคำสาปก็ยังไม่ทันได้เห็น พูดถึงวิธีแก้แบบมั่วๆตามภาษาคนเคยและชอบอ่านการ์ตูนและนวนิยาย.. ก็ท่าทางจะโดนปิดตายเพราะนิสัยส่วนตัวของทั้งคู่ไปเสียแล้ว...

---------------------------------------------------

ไปแล้วอีกหนึ่งตอน

ตอนนี้สอบเสร็จ+เปลี่ยนธีมพอดี ใครยังเห็นเป็นธีมโทนแดงอยู่ Refresh [F5] ใหม่โล้ดค่ะ

ไม่รู้ว่าจะยาวไปมั้ยตอนนึง(กระมาณ7-9หน้า=_=")

พูดเรื่องสอบ รู้คะแนนมาวิชาเดียว เลขเต็ม40ได้35.. =_=" มีคนทำได้เต็ม40ด้วย.. สุดยอด!!

สังคม ไม่อยากจะพูด เพราะมั่วเยอะมากมาย 555+

ออกศาสนา30ข้อจาก60-*-

ตายกันระนาวค่ะ....

ส่วนไทย คิดว่าพอรอดนะ

วิทย์ มั่นใจตรงอวกาศ เอกภพ อย่างเดียว(ก็แต่งนิยายแนวนี้อยู่นี่เนอะ 555+)

งานบ้าน พอไหว

ศิลปะ ออกตรงกับที่อ่านเยอะพอสมควร

edit - กลับมาแก้บรรทัด มันดันมั่วไปหมดเลย=A=

ส่วนสุขศึกษา ทำได้อยู่

ส่วนอังกฤษ ง่ายมาก!!!! ฟันธงได้หลายข้อว่าทำถูก=_=" แต่คงไม่เต็ม แต่มั่นใจว่า30+ (เต็ม40)

/me โดนคนไล่ดักตีหัว ข้อหามั่นใจ+หลงตัวเองเกินเหตุ

------------------

พูดถึงนิยายนี้ เป็นตอนพิเศษขอรับ =_=" มิใช่เนื้อเรื่องหลักนะ~~ มุงิ

/me โดนคนอ่านไล่ฆ่าอีกรอบ

เพราะนี่เป็นตอนที่คิดได้เองดื้อๆ (หลังจากคลั่งการ์ตูนสั้นไปหลายเรื่อง)

เอิ้กส์ ก็อาจจะหาเวลามาลงเรื่อยๆขอรับ (แต่งได้ถึงตอน3อยู่เลย ยังไม่จบ=_=" อาจมีอู้ แต่ท่านสามารถไล่จิกไล่ทวง ไล่จ้วง (เฮ่ย??) ได้เสมอ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ตัวหนังสือมันทรมาณตาไปหน่อยนะ ถึงแม้จะจัดแล้วก็เหอะ เหอ ๆๆๆ...
ฝีมือแต่งนิยายไม่ตกจริง ๆ สมองแล่นเก่งจัง เราดิ นิยายอยากแต่งแต่นึกไม่ออก ม่าย!!!T___T...
เปลี่ยนธีมบ่อยจัง เรายังดองไว้ที่รูป HBD พี่ชายชางมินอยู่เลย ไม่มีอารมณ์เปลี่ยน...
จะว่าไป ไม่ได้อ่านนิยายเรื่องใหม่ตั้งนานแล้วนี่นะ
ว่าง ๆ ส่งนิยายใหม่ ๆ ให้อ่านบ้างสิ^^
อยากอ่านนิยายยยยยยยยยยย~~~~~~

#1 By 「AKARI*」 : v e l o n i c a * on 2008-02-28 20:04

อุ.... เห็นมีโปรเจค+ขยันแล้วอิจฉา (และเกิดความเสี้ยน)

ฮ่ะๆ ชอบเฮล > []<!!!!!!!!!!!!!!!!!
เลยวาดเล่น.....

http://i91.photobucket.com/albums/k297/rikatsuki/hell.jpg
เราไม่ค่อยถนัดอ่านนิยายสักเท่าไร
แต่เท่าที่อ่านดูใช้ได้นะ
ชอบเซลเฟอร์เหมือนเดิม ><

#3 By a Little*RabBit on 2008-02-29 13:39

มาล่ะงิงิบายอ่ะป่ะ

รมณ์ไม่ดีเลยแอะช่วงนี้พรุ่งก็วันตายล่ะรู้สึกไง

เอาล่ะเจอกานนะ

#4 By @_@KuKu~ on 2008-03-03 18:40

Enigami Xelfer View my profile