Devil Buddy Part 1
posted on 18 Oct 2008 09:32 by matora in Art, DTW-Story
Devil Buddy
ตอนที่ 1 ปฐมบท
ณ สถานที่ ที่เหมือนจะเป็นโรงเรียนฝึกเหล่านักเรียนให้ไปเป็นนักสู้ ทหาร ผู้ใช้ธาตุแห่งธรรมชาติ... เป็นโรงเรียนที่จัดตั้งโดยองค์กรกองทัพแห่งสงครามหนึ่งในสามองค์กรที่ยิ่งใหญ่ของเอกภพอย่างเป็นทางการ
ส่วนใหญ่ เด็กที่ถูกเลือกให้มาเรียนในโรงเรียนนี้ เพราะผู้ปกครองหรือตัวผู้เรียนมุ่งหวังที่จะเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพที่ยิ่งใหญ่อันทรงเกียรติ แน่นอน เพื่อให้วงตระกูลมีเกียรติ ใครเขาก็อยากจะได้มันมาทั้งนั้นแหละ...
โรงเรียนนี้ ไม่เคยจำกัดอายุนักเรียน แต่จะดูที่ความสามารถนักเรียนแล้วแบ่งเกรดและประเภทกันออกไปมากกว่า
และวันนี้ ก็วันสมัครเข้าโรงเรียนตามหลักสูตรใหม่....
ผู้คนพลุกพล่านไปหมด จนแทบจะไม่ต้องคิดเลย.. ขนาดโรงเรียนใหญ่แล้ว คนยังเยอะจนแทบจะคลำทางไปไม่ถูกเนี่ย.. ผู้คนเขาอยากส่งลูกเข้าเรียนกันแค่ไหน
เมื่อวิ่งส่งลูกไปยังที่สมัครเรียบร้อย ผู้ปกครองก็ไปนั่งรอที่หอประชุมอีกที่หนึ่งซึ่งกว้างพอที่รองรับได้ทุกคนพอดี
เด็กหนุ่มผมสีฟ้าขุ่นๆ เดินเข้ามาในห้องสอบ ดวงตาสีแดงม่วงกวาดมองสมาชิกในห้องสอบ ก่อนจะรีบเดินไปนั่งที่เก้าอี้ประจำตัว
ห้องสอบห้องหนึ่ง จะมีคนสอบสามคน ซึ่งบางทีห้องจะไม่ค่อยพอ ต้องรอต่อคิวกันอีกที แต่สอบไม่กี่นาทีก็รู้ผลแล้ว..
เขาว่ากันว่า โรงเรียนนี้รับนักเรียนได้ทุกระดับ ยกเว้นกรณีที่นักเรียนมีระดับอ่อนเกินไป ซึ่งเสี่ยงที่เข้าโรงเรียนไปแล้วจะเกิดอันตรายเมื่อไปทะเลาะกับคนอื่น ซึ่งกรณีนี้จะต้องดูที่นิสัยเอกลักษณ์ประจำตัวเป็นกรณีพิเศษด้วยว่าเข้าไปแล้วสามารถที่จะเอาตัวรอดได้หรือไม่
และในขณะเดียวกัน ถึงจะเก่งเลิศเลอเพอเฟคแค่ไหน แต่ถ้าเกิดเป็นเจ้ามือแห่งต้นเหตุที่จะทำให้โรงเรียนเสียชื่อเสียง โรงเรียนก็จะคัดออกด้วยเช่นกัน..
“จะเช็คชื่อแล้วนะครับ.. ฮันโตริ ฮันเซย์” เอ่ยจบ เด็กหนุ่มผมสีดำ นัยน์ตาสองสียกมือขึ้น สีหน้าดูนิ่งๆไม่ค่อยแสดงท่าทีอะไรออกมามาก
“เอนิงามิ ไซโร” เด็กหนุ่มผมสีฟ้ายกมือขึ้นบ้าง
“เบล คลาริเน็ต” เมื่อมาถึงคนสุดท้าย เด็กสาวผมยาวสีบรอนซ์ก็สะดุ้งแล้วยกมือขึ้นด้วยท่าทีที่ดูกล้าๆกลัวๆ นัยน์ตาสีฟ้าครามนั้นฉายแววความระแวงอย่างเห็นได้ชัด
จนชวนทำให้ผู้คุมสอบเริ่มเหงื่อตกกันแล้ว...
ทำไมบรรยากาศถึงได้มาคุขนาดนี้เนี่ย..
ไม่ให้เงียบแบบนี้ได้ไง ก็ผู้เข้าสอบแต่ละคน... คนนึงขรึมหน้าไม่รับแขกเหมือนจะหงุดหงิดได้ตลอดเวลา อีกคนก็ดูเฉยๆออกแนวเย็นชา ส่วนอีกคนเป็นคนขี้กลัวไปได้ซะนี่ ไม่เหมือนกับการ์ตูนที่มันจะหาความลงตัวคือ เงียบเย็นชาคนนึง ขี้โวยวายหรือบ้าเลือดคนนึง กับคนที่(เหมือนจะ)ปกติคนนึง.. แต่มันก็เป็นเพียงนิยายสินะ..
“การสอบ ทุกคนคงรู้นะครับว่าจะเป็นสอบสัมภาษณ์ แต่มันค่อนข้างจะพิเศษอย่างหนึ่งคือ คนนึงเราจะถามคำถามไม่ซ้ำกัน แต่อย่างไรก็ตาม คนอื่นๆที่ไม่ได้ถูกถามก็สามารถที่จะออกความเห็นกับคำถามและคำตอบได้” เมื่อทั้งสามคนพยักหน้าเหมือนจะเข้าใจ แต่ก็แฝงแววงงๆไว้เล็กน้อย
“ทำไมถึงเข้ามาเรียนที่โรงเรียนนี้ครับ คุณเบล คลาริเน็ต” ผู้คุมสอบเริ่มถามทันที ผู้ถูกถามสะดุ้งอีกครั้ง ก่อนจะพยายามตอบอย่างกล้าๆกลัวๆ
“พ..พ่อกับแม่.. อยากให้เข้ามาเรียนค่ะ...” เธอเอ่ย ไซโรมองเธอเงียบๆ ส่วนคนที่ชื่อฮันเซย์รู้สึกหงุดหงิดกับคำตอบ
“ออกความเห็นได้ใช่ไหม?” ฮันเซย์หันไปถามผู้คุมสอบ
“ครับ ตามสบาย” เขาตอบกลับมา
“นี่ เธอน่ะ อยากมาเรียนจริงหรือเปล่า?” ฮันเซย์ถามข้ามไซโรไปหาเด็กสาวคนนั้น เธอสะดุ้งอีก..
“ค..ค่ะ” ตอบพลางพยักหน้า
“ถ้าเธออยากเรียนจริง ก็ไม่ควรจะไปบอกว่าพ่อแม่อยากให้เรียนนะ นั่นมันเหตุผลสำหรับคนที่โดนบังคับให้มาเรียนต่างหากล่ะ” เขาพูดยาว แต่จะว่าไปที่เขาพูดมันก็ถูกนั่นแหละ
“....” เธอเงียบไป จนผู้คุมสอบต้องถามต่อเพื่อทำลายความเงียบ
“ถ้ามีคนมาขอให้คุณช่วยฝึกให้ คุณจะทำยังไงครับ? คุณเอนิงามิ ไซโร” เป้าหมายถัดมาคือผู้ที่นั่งเงียบมาตลอด เขานั่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ตอบไปว่า ถ้ามีเวลาว่างจะช่วยสอน” เขาตอบเรียบๆ
“แล้วอนาคต คุณอยากจะเป็นอะไรครับ? คุณฮันโตริ ฮันเซย์” หันมาถามเด็กหนุ่มที่เทศนาเด็กสาวเสียเรียบไปเมื่อครู่
“ฉันยังไม่ได้คิดหรอก” เขาตอบปัดๆ ทำให้เด็กสาวหลุดหัวเราะคิกขึ้นมา ทำให้ฮันเซย์เริ่มผงะ
“ห..หัวเราะอะไรของเธอน่ะ” เขาหันไปถาม แต่ไม่ถึงกับตวาด
“ข.. ขอโทษค่ะ.. มันเผลอไป ขอโทษจริงๆ” เบลเอ่ยก่อนจะโค้งตัวนิดๆเป็นการขอโทษ
“เอาล่ะ คำถามสุดท้าย” ขอโดดมาสุดท้ายเลยแล้วกัน ไม่งั้นยาวแน่.. ถึงจะเหลืออีกสองสามข้อก็เถอะ...
ผู้สอบสัมภาษณ์คิด พลางเปิดไปหน้าสุดท้าย
“ถ้าพบกับเพื่อนสหายกำลังใกล้ตาย กับเส้นทางที่เต็มไปด้วยแสงสว่าง พวกเธอจะเลือกอะไร.. คำถามนี้เป็นคำถามสุดท้ายแล้ว ขอให้พวกเธอทุกคนตอบพร้อมเหตุผลตามสัตย์จริง”
“เลือกเพื่อนดีกว่าค่ะ.. ฉันอยากจะอยู่ด้วยกันกับเพื่อนแล้วเดินไปข้างหน้าด้วยกันมากกว่า..” เบลเอ่ยเสียงสั่นๆ แต่ฮันเซย์ลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วชี้ไปทางเบล
“เธอ! ตอบได้โดนใจฉันมากเลย.. ถ้าเดินไปทางแสงสว่างนะ ถ้าไม่มีเพื่อนมันก็เปล่าเปลี่ยวอยู่ดี” ฮันเซย์เอ่ย ทำให้เบลยิ้มนิดๆที่ได้ยินเช่นนั้น
“แล้วคุณล่ะ?” ผู้คุมสอบหันมาถามไซโร เขาเงียบอยู่นาน ก่อนจะหลับตาแล้วยิ้ม
“ถ้าเพื่อนนั้นเปรียบเสมือนครอบครัว ฉันก็คงจะเลือกเพื่อนมั้ง..” เขาเอ่ย ทำให้เพื่อนร่วมสอบอีกสองคนหันไปมอง
“เอาล่ะ การสอบเสร็จสิ้นแล้ว..เชิญออกไปรอที่ห้องประกาศผลได้เลยครับ” ผู้คุมสอบเอ่ย ทั้งสามคนลุกขึ้นแล้วเดินออกไปพร้อมกัน
“นายตอบแบบนั้นไม่กลัวจะโดนคัดออกบ้างรึไง?” ฮันเซย์ถาม เมื่อออกจากห้องสอบ
“ช่วยไม่ได้.. เขาให้ตอบตามสัตย์จริงนี่” ไซโรตอบ ก่อนจะเงียบไป ทำให้ฮันเซย์รู้สึกหงุดหงิดกับท่าทีของเขา
“ฉันกลัวว่าจะไม่ผ่านจัง..” เบลเอ่ยอย่างกลัวๆ
“ถ้าระดับพลังเธอสามารถเอาตัวรอดในโรงเรียนนี้ได้ก็ผ่านแล้ว” ถึงฮันเซย์จะพูดแบบนั้น แต่กลับยิ่งทำให้เบลรู้สึกกลัวกว่าเก่าเสียอีก
“ก็.. ฉันได้ยินมาว่า โรงเรียนนี้สอบแต่ปฏิบัติ ไม่ค่อยสอบทฤษฎีนี่นา” เบลเอ่ย
“มันก็ถูกนะ..” ไซโรว่า
หลังจากที่ทั้งสามคนเดินมาถึงห้องประกาศผล ก็พบว่ามีคนรออยู่พอสมควรหลังจากที่นั่งรอกันสักพัก ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ผู้คนก็เข้ามานั่งจนเต็มห้อง โชคยังดีที่ห้องยังกว้างพอสมควร ถึงคนเยอะ แต่อากาศก็ถ่ายเทได้สะดวก
“ต้องขอแสดงความยินดีด้วยครับสำหรับผู้ที่มาถึงตรงนี้” ทันใดนั้น ชายหนุ่มผมยาวสีขาวเงินมาดคุณหนูก็เดินออกมาพูดที่หน้าไมค์
“ผมในฐานะตัวแทนรุ่นพี่ ขอแสดงความยินดีที่พวกเธอในที่นี้ทุกคนสอบผ่านแล้วนะครับ”
“ห..หา!!!” เสียงจากหลายๆแห่งในห้องกว้างนี้ดังขึ้นพร้อมๆกันเมื่อได้ยิน
“เพราะถ้าหากมีคนสอบไม่ผ่าน ผู้คุมสอบจะคัดออกตั้งแต่สอบสัมภาษณ์เลยไงครับ” ชายหนุ่มผมขาวเงินอธิบายยิ้มๆ
“ตอนนี้เราจัดหอพักไว้แล้วนะครับจะแยกเป็นหอชายหญิง ห้องหนึ่งจะอยู่ได้ประมาณสามคน หรือสี่คนอย่างมาก แต่รายชื่อคนจะใช้ห้องเดียวกันนั้นเราก็ทำออกมาแล้ว ดังนั้น ขอให้รักษาระเบียบในการใช้หอพักด้วยนะครับ ค่ำคืนนี้ ขอให้ทุกคนฝันดี รวมถึงสาวๆถ้าจะฝันถึงผมก็ไม่ว่านะครับ” พูดจบก็เดินกลับไป สาวๆเมื่อได้ยินประโยคสุดท้าย ส่วนใหญ่ก็มักจะกรี๊ดนั่นแหละ ยกเว้นเบลที่ดูเหมือนเธอจะไม่กล้าขนาดนั้น แต่ถึงทำได้เธอคงไม่กรี๊ดหรอกมั้ง..
ไม่นาน ผู้คนก็เริ่มเดินออกจากห้องและกระจายกันไปที่หอพักตามรายชื่อที่ติดไว้บนกำแพงหลังออกมาจากห้องซึ่งไม่รู้ว่าเอามาติดตอนไหนกัน..
“งั้นแล้วเจอกันนะ..” เบลหันมาพูดกับไซโรและฮันเซย์ ทั้งคู่พยักหน้า
“แล้วเจอกัน..” ไซโรบอก
“เออ.. ถามจริง นี่นายอายุเท่าไหร่กัน?” ฮันเซย์หันมาถามไซโร
“ถามอายุคนอื่นนี่.. มันไม่เสียมารยาทไปหน่อยหรอ?” ไซโรสวนกลับ ทำให้ฮันเซย์ถึงกับผงะ
“งั้นฉันบอกก่อนก็ได้ ฉันอายุสิบห้าแล้ว” ฮันเซย์ว่า เมื่อเห็นไซโรเงียบ ก็เริ่มขมวดคิ้ว แต่เมื่อทำปากจะพูดอะไรต่อ ไซโรก็พูดแทรกขึ้นมาเสียงเรียบ
“ฉันอายุน้อยกว่านายสองปี..” เหตุนั้นทำให้ฮันเซย์อ้าปากค้างอยู่เช่นนั้น
“ไปเถอะ.. ไปดูรายชื่อหอพักก่อน” ไซโรตัดบท ก่อนจะเดินนำไปโดยไม่รอฮันเซย์ ทำให้ฮันเซย์ที่เพิ่งจะจูนสมองใหม่ได้ต้องรีบวิ่งตาม
“อยู่ห้องเดียวกันรึ.. แล้วก็ใครอีกคน..” ฮันเซย์เปรยเมื่อมองหารายชื่อจนพบ
“เดี๋ยวไปที่ห้องก็เจอเอง..” ไซโรเอ่ย ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินไปที่หอพักตามนักเรียนชายคนอื่นๆ
เมื่อมาถึงหอพัก แน่นอน.. ลักษณะแตกออกไปเป็นหอหลากสี มีสี่หอ สีน้ำเงิน เขียว ส้ม บรอนซ์ และหอนึงจะมีราวๆหกชั้น นักเรียนคนอื่นที่มาถึง เริ่มเดินขวักไขว่ตามหาห้องตามหมายเลข
“ของเรา.. หอสีส้มสินะ” ฮันเซย์เอ่ย ก่อนจะเดินนำไป ไซโรมองเงียบๆ ก่อนจะเดินตาม
ห้องพักของทั้งคู่อยู่ที่หอสีส้ม ชั้นสอง.. เมื่อเดินเข้าไป ก็พบกับเตียงสามเตียง แสดงถึงจำนวนผู้เข้ามาพัก.. ต้องมีอีกคน..
“อ้าววว~~ มาแล้วๆ พวกนายมาพักที่นี่สินะ” ชายหนุ่มคนนึงเอ่ย ก่อนจะกระโดดออกมาจากที่หลบซ่อนมาข้างหน้าทั้งคู่ เขามีผมสีแดงเพลิงยุ่งๆผูกผ้าโพกหัวสีน้ำตาลเข้ม นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนดูขี้เล่นและเป็นกันเอง
“นาย..” ไซโรพึมพำเมื่อเห็น
“อ่อ.. ฉันชื่ออาคาอิ.. ชิกิไซ อาคาอิ ยินดีที่ได้รู้จักนะ” เขาแนะนำตัวยิ้มๆ
“เอนิงามิ ไซโร” ไซโรพูดเสียงเรียบ
“ฉันฮันโตริ ฮันเซย์” ฮันเซย์แนะนำตัวบ้าง อาคาอิเมื่อได้ยินก็วิ่งปราดไปจับมือกับฮันเซย์ทันที
“ว้าว~ โชคดีจังเลย เหมือนเราจะมีเชื้อสายถิ่นเหมือนกันนะเนี่ย..” อาคาอิเอ่ย พลางยิ้ม ฮันเซย์ยิ้มเจื่อน...
“ก็..นะ นายมารอในห้องนี้นานแล้วงั้นหรอ?” ว่าแล้วก็เปลี่ยนเรื่องคุยบ้าง อาคาอิพยักหน้า
“ลุ้นตัวโก่งเลยว่าจะได้เพื่อนร่วมห้องเป็นยังไงบ้าง ฮะๆๆ แต่ฉันก็ไม่ได้คาดหวังมากนักหรอก” พูดพลางหัวเราะ หลังจากนั้นทุกคนก็ง่วนกับการเก็บของในห้อง..
และเตรียมตัวเริ่มเรียนจริงวันถัดไป..
-------------------------------------------------------
เป็นนิยายที่...
ต้องบอกว่าอย่าหวังอะไร เพราะแค่ "เปิดเทอม" เท่านั้น มีสิทธิ์โดนยัดเข้าไหดอง= ="
//คนอ่านกระโดดถีบ
เรื่องนี้เป็น ไซด์สตอรี่ "แตกหน่อ" มาจาก Dive to world อีกแล้ว=[]=!!!!
(พวกที่แต่งลงบลอคนี้น่ะ ไม่ต้องห่วง.. ไซด์สตอรี่แตกหน่อทั้งนั้น=_,=+)
//แล้วเมื่อไรแกจะแต่งเรื่องหลักล่ะฟะ??
เอาเถอะ*-*.. มาดูตัวละครหลักกัน
ฮันโตริ ฮันเซย์ กับเอนิงามิไซโร
ทำไมไซโร หน้าเหมือนเซลเฟอร์...
ก็พี่น้องฝาแฝดกันหนา=_,=+
ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างฮันโตริ ฮันเซย์กับฮันโตริ ฮันโชนั้น.... อุบไว้ก่อน (หรือเราเคยบอกไปแล้วหวา.. น่าจะยังนะ=_,=)
ตัวละครสาวอีกตัวที่ท่าจะได้เด่นในเรื่องนี้
เพราะไซด์สตอรี่มันเยอะ.. ตัวละครก็เยอะตาม.. รู้สึกว่าตัวเองใช้เปลืองชอบกล (ฮา..)
ส่วน..พ่อหนุ่มผมขาวเงิน... หึๆๆ (หัวเราะมีเลศนัย)
ภาพสี..
คาดว่าจะมาคราวหน้า(ให้ทัน)ขอรับ=w="
เหมือนโปรเจคนี้... มีแต่ แพ็คเก็ตคู่ยังไงไม่รู้... ไม่หรอกมั้ง..เนอะ..
จริงๆรีบอัพ... เนื่องจากว่าพี่เขาโทรมาชวนไปเต้นที่เดอะมอลล์=w="
เลยตามน้ำเขาไป.. (โห.. ง่ายมาก..)
- -"ชักจำไม่ได้ละ แต่ก็ดีใจที่ได้มีส่วนร่วมOrz... โฮกกกก
เพราะตอนนี้ไม่ได้ไปเรียนกับพี่เขาที่นั่นแล้ว ปีหน้าปิดเทอมว่าจะไปเรียนอีก..^^ลัลล้า~~
//วิ่งหนีไป
//โดนมิ้นท์ซังตบตี




ผิดคาด~
อีกนีสสส นึกว่าดวงตาสีชมพูเข้ม เค้ๆๆ
#1 By Chiiyo Sonata แม่ชีลัทธิโอตาคุ on 2008-10-18 12:09