Devil Buddy Part 3
posted on 21 Oct 2008 11:37 by matora in DTW-Storyตอนที่ 3 คาบเรียนแรก
และเมื่อกินข้าวเสร็จ ไม่นานนักออดก็ดังขึ้น เป็นสัญญาณให้เตรียมตัวไปเรียน อาคาอิถีบตัวลุกจากเก้าอี้ทันที
“ไปกันเถอะ!!” ก่อนจะหันไปชวนฮันเซย์และไซโร
“นายลุกไปแบบนั้น รู้แล้วหรอว่าเราเรียนอะไร” ฮันเซย์แขวะเข้าให้ อาคาอิถึงกับชะงักกึก.. ก่อนจะหัวเราะแห้งๆ
“เรียนเกี่ยวกับการสู้รบ... สอนโดย........” เมื่อไซโรเปิดอ่าน มาถึงชื่อผู้สอน เขาก็เงียบไป ทำให้ฮันเซย์ชะเง้อไปมอง ก่อนจะหน้าซีดลง.. อาคาอิที่เป็นคนอยากรู้อยากเห็นอยู่เป็นกองแล้ว เลยต้องกระโดดชะเง้อมองด้วย..
“ลีอาห์..... มีในวงเล็บว่าสุดหล่อด้วย....” ประโยคสุดท้ายเหมือนจะพึมพำกับตัวเองมากกว่า หลังจากนั้นอาคาอิก็หน้าซีดไปอีกคน...
“พวกพี่ก็มีเรียนเหมือนกัน แล้วก็มีสอนด้วย ไว้เจอกันนะ” ไดมอนด์ที่ได้สติกลับมา หันมาบอก ก่อนจะเดินไปพร้อมกับเซอร์คอน บางทีดูๆไปสองคนนี้ก็เหมือนพี่น้องเลย..
เมื่อแยกกันมาถึงห้องเรียน ห้องนี้เมื่อเข้ามาแล้ว เหมือนเข้ามาในอีกมิติหนึ่งแต่พลันเหยียบเข้ามาในห้อง พื้นก็เปลี่ยนเป็นพื้นดินกว้างขวาง นักเรียนทุกคนจะยืนล้อมรอบผู้สอนซึ่งจะอยู่เป็นจุดศูนย์กลาง ซึ่งก็คือลีอาห์
“เอาล่ะ อาจจะงงๆสงสัยกันบ้าง ระบบการเรียนการสอนของที่นี่คือ รุ่นพี่จะปลีกผลัดเวลามาสอนรุ่นน้อง แต่ไม่มีรุ่นน้องสอนรุ่นพี่นะ! แต่บางครั้งถ้าหากว่าเวลามันขัดกัน จะมีคนของทางกองทัพ มาทำหน้าที่แทนอาจารย์ ซึ่งก็มีอยู่หลายคน ดังนั้นพวกเธอต้องเข้าใจกับระบบการเรียนการสอนนี้ด้วย” ลีอาห์ยืนอธิบายเสียงดัง โดยที่พูดปากเปล่า.. หรือไม่ก็เป็นเพราะว่าทั้งห้องมันเงียบล่ะมั้ง
“พวกเธอที่มาเรียนที่นี่ พี่เชื่อว่ามีหลายคนอยากเป็นทั้งทหาร พยาบาล หมอ แพทย์ หรือแม้กระทั่งหมอดู หมอตำแยอะไรก็ว่าไป จงจำไว้เสมอว่า ทุกที่ย่อมมีกฎเกณฑ์ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็จงปฏิบัติตามกฎเกณฑ์นั้นซะ.. When you in Rome, you must do as roman do.. เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม Are you under stand?~” ว่าแล้วพี่แกก็พ่นภาษาอังกฤษมาให้ฟัง แต่ก็มีหลายคนที่ฟังออกหรือตั้งใจฟังได้ตอบกลับไปบ้างว่า ‘Understood’ ….
นี่เรามาเรียนอะไรกันแน่นี่ย... ฮันเซย์คิดในใจ..
“เอาล่ะต่อจากนี้เราจะจับกลุ่มกัน อภิสิทธิ์ให้เลือกเอง ห้าคน เลือกดีๆนะ เพราะส่วนใหญ่ วิชาอื่นๆก็คงจะมีให้จับกลุ่มทำงานเช่นกัน และอาจจะใช้กลุ่มเดิมไปนานๆด้วย!!” คำสั่งราวสายฟ้าฟาด บัญชาลงมาแล้ว!! แน่นอน วุ่นวายน่ะสิ..
“เรามีแค่สามคนเอง ต้องหาอีกสองคน.. เฮ้ย!!” ฮันเซย์ที่กำลังหันไปพูดกับอาคาอิสะดุ้งขึ้นมาเมื่อรู้สึกว่าใครสักคนมาดึงเสื้อ
“อ้าว เบล!?” เมื่อหันกลับไปมอง เป็นเด็กสาวที่สอบเข้ามาด้วยกันนั่นเอง พวกเขาได้อยู่ด้วยกันอีกครั้ง..
“เธอก็จะมาอยู่ด้วยสินะ!!” อาคาอิแค่เห็นก็พูดขึ้นมา เบลยิ้มเจื่อน แต่ก็พยักหน้า
“งั้นก็เหลืออีกคน..” อาคาอิว่าต่อ.. เบลก็เงยหน้าขึ้นมา ก่อนจะยิ้มแล้วทำมือเหมือนบอกให้รอสักครู่ แล้ววิ่งเข้าไปในกลุ่มคนที่ชุลมุน
“เธอพูดไม่ได้หรอ?” อาคาอิถาม เนื่องจากไม่เห็นเธอพูดเลย
“เปล่า.. เธอเป็นคนขี้กลัว” ไซโรหันมาพูดแก้ให้
“แต่ขี้กลัวงั้นก็ไม่น่ากล้าเดินเข้าไปในกลุ่มคนเยอะนะ” อาคาอิออกความเห็น แต่ไซโรก็เงียบ
“ไม่รู้สิ”
เธอกลับมาพร้อมกับดึงแขนใครอีกคนมาด้วย
“ด..เดี๋ยวสิเบล!!! ฉันเดินเองได้ ไม่ต้องให้เธอดึงหรอก!!” เสียงแหลมแปดสิบหลอดดังขึ้น พลางดิ้นไปมา หากแต่เมื่อเบลดึงมาถึงที่หมาย ก็ปล่อยมือเพื่อนพร้อมหอบ
“น..นี่อควาร่า ทีนี้ก็ครบห้าคนแล้วนะ” เบลพูดพลางหอบไปด้วย ทำให้ทุกคนหันไปมองเด็กสาวที่จับพลัดจับพลูหลงมาอยู่ด้วย เธอมัดแกละสองข้าง ผมสีน้ำเงิน นัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเล ท่าทางแก่นๆ
“ม..มองอะไรของพวกนายน่ะ!! อย่ามองฉันเหมือนคนแปลกหน้าสิ!!” เมื่อถูกมอง เธอก็พูดขึ้นอย่างอดไม่ได้ เหมือนจะขี้วีนอยู่เหมือนกันแฮะ...
“ฉันฮันเซย์ นี่ไซโร แล้วก็อาคาอิ” ฮันเซย์แนะนำ
“เอาล่ะ หวังว่าคงจะจับกลุ่มกันได้แล้ว... ส่วนใครที่ไม่มีกลุ่ม อนุโลมหกคนก็ได้นะ” ไม่นานลีอาห์ก็เอ่ยขึ้น เพื่อให้ทุกคนเงียบ
“สิ่งที่จะให้เรียนรู้ในคาบนี้ก็คือ.. สิ่งนี้” พูดจบ ก็ผายมือขึ้น ก่อนจะมีแสงสีต่างๆวิ่งวนรอบๆมือ แต่ละแสง เหมือนพลังขุ่นๆบ้าง จางๆบ้าง หนาบ้าง บางบ้าง
“ธาตุใช่มั้ยครับ?” นักเรียนชายคนนึงถาม เธอยิ้มก่อนจะพยักหน้า
“ใช่.. ธาตุที่มีอยู่ในตัวทุกคน ไม่ว่ามากหรือน้อย คนคนนึงจะมีธาตุเด่นเพียงธาตุเดียว ซึ่งก็เป็นเอกลักษณ์ของคนคนนั้นไปเลยก็มี บางคนอาจจะไม่รู้ว่าธาตุของตัวเองที่เด่นสุดคือธาตุอะไรดูได้จากวิธีนี้..ซึ่งใครที่ยังไม่เข้าใจระบบธาตุนี้ รอเรียนกับแฟนพี่แล้วกันนะ” ว่าไปนั่น คิดถึงเรื่องเมื่อเช้า ฮันเซย์กับอาคาอิก็เหงื่อตกขึ้นมา..
“จับกลุ่มนั่ง แล้วเรียนรู้พลังธาตุของกันและกัน วันนี้ทำได้แค่นี้ก็ดีแล้วล่ะ” พูดจบก็ยิ้มเหมือนบอกให้นักเรียนปฏิบัติตามสบาย
“มีอะไรสงสัยก็เรียกได้นะ”
“เอาล่ะ งั้นเราก็เอามั่ง..” อาคาอิพับแขนเสื้อขึ้น ก่อนจะนั่งลง แล้วยกมือมาข้างหนึ่ง แต่ยิ่งพยายาม ยิ่งเหมือนกับปลดทุกข์...(?) แต่แล้วก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“บ..บ้าน่า..” อาคาอิว่า พลางพยายามอีก ไซโรมองดูเขาเงียบๆ ก่อนจะหันไปมองฮันเซย์ที่ลองบ้าง เขาพยายามเพ่งสมาธิอยู่พักหนึ่ง พลันก็เริ่มมีพลังสีดำทมิฬปรากฏขึ้นมา และไหลวนรอบๆแขน ถัดลงมาก็เป็นพลังจางๆลงมาเรื่อยๆ สีเขียว แดง ขาว ส้ม สุดท้ายคือฟ้าที่จางจนแทบมองไม่เห็น
“ได้แล้ว..” ฮันเซย์แค่นยิ้ม แต่ทันทีที่เขาหลุดจากสมาธิ ธาตุเหล่านั้นก็หายไปทันที ทำให้เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นมาบนหน้าเขา..
“แต่ก็ดีนะ ทำได้ทั้งหมดนะ..” เบลพูดยิ้มๆ ก่อนจะพยายาม แต่เธอเรียกได้เพียงสองธาตุ.. สีขาวกับสีฟ้า แถมยังจางๆอีกต่างหาก
“สงสัยต้องฝึกให้มากขึ้นแฮะ..” เธอยิ้มซีด
“ด.. ด... ได้แล้ว!! ได้แล้ววว!!” อาคาอิตะโกนขึ้น จนทุกคนแถบๆนั้นสะดุ้ง ทำให้ฮันเซย์ต้องสะกิดเขาให้รู้สึกตัวก่อนที่จะโดนสายตาจากที่อื่นมุ่งร้ายอาฆาตมาทางนี้ หากแต่เขาทำได้แค่สองธาตุเหมือนกับเบล แต่เป็นสีส้ม กับแดง ดูๆไปก็เข้ากับสีผมหมอนี่ดีนะ..
“ฉันไม่เข้าใจเลยว่าเรียนแบบนี้แล้วมันทำอะไรได้..” อควาร่าพูดเสียงเบา พลางลองทำบ้าง เธอทำได้สี่ธาตุ สีฟ้า เขียว ขาว แดง
“เป็นการเรียนรู้ถึงความก้าวหน้าการใช้พลังธาตุเข้าช่วยในการต่อสู้ของเราเข้มแข็งมากแค่ไหน ถ้าเทียบกับนิยาย มันก็เหมือนกับเวทมนตร์นั่นแหละ..” ไซโรที่เงียบมานานอธิบาย แต่เขาไม่ได้ทำเหมือนคนอื่น ทำให้ทุกคนหันมามองเขา
“แล้วนายไม่ทำ?” อาคาอิถาม
“ไม่ล่ะ..” ไซโรเอ่ย นัยน์ตาหลุบต่ำลง
“ทำไม่ได้ใช่ไหมล่ะนั่น” ฮันเซย์ได้ทีเริ่มจะแซว
“ไม่ใช่หรอก” ไซโรปฏิเสธ ก่อนจะมองกลับ
“...ลองดูหน่อยเถอะนะ” เบลพูดราวกับขอร้องนิดๆ จริงๆเธอเองก็ค่อนข้างอยากรู้เรื่องของเพื่อนๆทุกคน.. ถึงบางทีจะขี้กลัวที่จะถามเรื่องนั้นเรื่องนี้เพราะกลัวถูกรำคาญก็ตาม ไซโรหันมามองเบลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับไปเหมือนคิดอะไรอยู่
“ไหนๆ มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า..” พลัน ลีอาห์ก็เดินเข้ามาถามยิ้มๆ ทำให้ทุกคนสะดุ้งเฮือกขึ้นมา
“ก็หมอนี่ไม่ยอมทำอย่างที่รุ่นพี่บอกให้ทำน่ะสิ” อาคาอิว่า พลางมองไซโรเหมือนไม่ค่อยพอใจ ลีอาห์นั่งลงข้างๆไซโร ก่อนจะตบไหล่
“น้องเอ๋ย ไม่ต้องห่วงว่าพลังจะอ่อนด้อยจนมองไม่เห็น ฝึกๆไปมันก็ต้องแข็งแกร่งขึ้นเอง” ลีอาห์พูดพลางหัวเราะเสียงดัง
“พูดมั้ย ตอนพี่ทำแบบนี้ครั้งแรกนะ พี่ยังเรียกธาตุมาไม่ได้ซักธาตุเลย ฮะๆๆ” ไซโรหันไปมองลีอาห์ ทำสายตาเหมือนกันต้องการจะบอกว่าที่เขากลัวไม่ใช่เรื่องนั้น... และเหมือนลีอาห์จะรับรู้ถึงสายตาของเขา
“ยังไงก็..ลองดูหน่อยเถอะ ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นเดี๋ยวพี่จะช่วยเอง เพื่อนๆเขาก็จะได้ทำความเข้าใจกับธาตุด้วยนะ เวลาวางแผนการรบ การรับรู้ข้อมูลในส่วนนี้ก็มีส่วนสำคัญนะ” ลีอาห์พยามยามพูด ก่อนจะบีบไหล่ไซโร จนเขาร้องโอ้ยอย่างเจ็บๆ
“...ก็ได้” เขาเอ่ยเสียงเบา ก่อนจะทำอย่างที่ว่า ราวกับมีลมและแรงกดดันพัดมา แต่ทว่า..
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เห็นมั้ย..” ไซโรเอ่ยขึ้น ก่อนที่ฮันเซย์จะได้พูดอะไร
“นายรวมธาตุอะไรไม่ได้สักธาตุสินะ!!” ฮันเซย์พูด ก่อนจะหัวเราะอย่างผู้มีชัย ไซโรมอง ก่อนจะแอบเก็บซ่อนรอยยิ้มเอาไว้โดยการก้มหน้าเพราะไม่อยากให้ใครเห็น บรรยากาศตึงเครียด ผ่อนคลายลงทันที หากแต่...
มีเพียงลีอาห์เท่านั้นที่สัมผัสได้ว่าที่ไซโรต้องการจะให้รู้มันหมายถึงอะไร มือที่วางอยู่บนไหล่ของไซโรนั้นสั่นเทาอย่างประหม่า
“งั้นแบบนี้ฉันต้องติวให้นายเยอะๆซะแล้ว!!” อาคาอิเริ่มทำการวางตัวเหนือกว่าบ้าง แต่ทุกคนก็หัวเราะกันกับท่าทีนั้น
“อ..เอ่อ..เธอชื่อ..ไซโรใช่ไหม?” ลีอาห์ขัดขึ้น ไซโรพยักหน้า
“งั้นหลังเลิกเรียนมาพบพี่ที่นี่ด้วยนะ” พูดยิ้มๆ แต่เหมือนกับฝืนยิ้ม ก่อนจะทำเป็นก้มตัวลงราวจะลุกขึ้นยืน แต่เป็นโอกาสที่กระซิบบอกกับเด็กหนุ่มว่า
“มากับรุ่นพี่ไดมอนด์กับเซอร์คอนด้วยนะ”
“ครับ” ไซโรหันไปตอบ ลีอาห์ลุกขึ้น ก่อนจะเท้าสะเอว
“โอเค งั้นถ้าไม่มีอะไรก็ช่วยกันต่อไปนะ~~ เอาล่ะ นักเรียนทุกคน~~” หลังจากเดินไปก็ปรับเปลี่ยนอารมณ์ทันที หันไปเรียกนักเรียนที่ฝึกเรียกพลังธาตุให้หันมามองตน
“คาบนี้จะปล่อยก่อนเวลาสักห้านาทีนะ เพราะพี่ก็ต้องเตรียมตัวไปเรียนเหมือนกัน ดังนั้น ใครจะฝึกต่อพี่ก็ไม่ว่าอะไรนะ แต่อย่าลืมเข้าห้องเรียนให้ทันเวลาด้วยล่ะ ไม่งั้นล่ะก็... กรรมการนักเรียนรุ่นเก่า จะมาตามหลอกหลอนเอาน้า~” ว่าพลางเก็บของแล้วเดินออกไปนอกห้อง เมื่อกล่าวถึงเรื่องกรรมการนักเรียนรุ่นเก่า ก็ทำให้เดินเสียงคุยดังขึ้นอีก นักเรียนบางกลุ่มก็เดินออกไปบ้าง บางคนก็ยังนั่งอยู่
“ฉันล่ะสงสัยจริงๆ เรื่องกรรมการนักเรียนรุ่นเก่าเนี่ย..” อาคาอิเปรยขึ้นมา
“ก็แค่เรื่องแต่งขึ้นมาขู่เล่นล่ะมั้ง..” อควาร่าเอ่ยขัดอย่างไม่ค่อยจะเห็นด้วยนัก ส่วนเบล ที่เป็นคนขี้กลัวขี้ระแวงอยู่แล้ว พอได้ฟังก็ตัวสั่นหน้าซีดเลยทีเดียว
“ปะ เตรียมตัวไปเรียนวิชาต่อไปกัน” ฮันเซย์เอ่ยบ้าง ก่อนจะชะเง้อไปมองไซโร
“นายคงไม่ห่วยถึงขนาดพี่เขาเรียกไปติวใช่ไหมนั่น?” ฮันเซย์ถามกวนๆ ไซโรมองก่อนเผยเล่ห์ยิ้มครู่หนึ่ง ก่อนที่จะหายไปเมื่อเขาเก็บของเสร็จ ก่อนจะเดินนำไป
“อิจฉาล่ะสิ..”
“ม..ไม่ใช่ว้อย!!!”
--------------------------------------------------------
ตอนนี้มาแบบสั้นๆ...
ส่วนภาพสี... ไม่มี...=[]=!!!
ไม่ได้ลงสีเลย= =" ขออภัยอย่างยิ่งขอรับ~...
สงสัยอาจจะตามมากันทีหลัง...
ตอนนี้สงสัยต้องเข้าคอร์สฝึกวาด+ออกแบบเสื้อโดยด่วนTAT~
คิดเสื้อผ้าไม่ออกเลยOrz... วาดออกมาได้แต่เดิม.. ชอกช้ำใจยิ่ง..
เลยตัดสินใจกลับไปนั่งดูจากเกมอีกครั้ง (เอาง่ายๆคือมันไปเล่นเกม=_=")
//โดนยัน
ช่วงนี้หลายคนคงเริ่มเปิดเทอมกันแล้ว ขอให้โชคดีนะขอรับ
มีชีวิตเทอมใหม่ด้วยการเริ่มต้นที่ดีขอรับ^^"
เนื้อเรื่องนี้ก็ดำเนินไปเรื่อยๆ.. แต่แปลกดี พอแต่งแนวนี้มุขมันก็ออกมาเรื่อยๆเนอะ=_=" (เป็นเพราะอยู่ในวัยเรียนล่ะมั้ง เรียนทุกวัน.. เลยเกิดเป็นความคิดขึ้นมาเยอะ..)
ขอให้ทุกท่านโชคดีขอรับ^^




#1 By Rain*~ [ทำตัวเสมือนชิว] on 2008-10-21 15:04