Devil Buddy Part 4
posted on 23 Oct 2008 09:47 by matora in DTW-Storyตอนที่ 4 ยามพักเที่ยง
วิชาที่สองเป็นวิชาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ความเชื่อ วัฒนธรรม หรือเรียกง่ายๆรวมๆภาษาบ้านๆคือ สังคม... เห็นงี้ก็เถอะวิชานี้ดูถูกไม่ได้เลยเชียว!!~
เนื่องจากในตอนนี้ ณ ขณะนี้ ทุกคนที่เข้ามาเรียนวิชานี้แล้ว ต้องนั่งเงียบฟังอาจารย์ บ้างก็หลับ... ผู้สอนคราวนี้เป็นคนที่เป็นตัวแทนจากกองทัพ ซึ่งเชียวชาญด้านนี้ แต่ก็เป็นลุงดุๆเข้มงวดคนนึงนั่นแหละ... แค่ไม่ทำอะไรให้แกขัดใจก็เป็นอันโอเคแล้ว (คติผู้เรียน..... ขันติแล้วขันติอีก..)
“อ..อาจารย์ริธครับ!” นักเรียนใจกล้าคนนึง ยกมือขึ้นตาม เพราะช่วงหลังๆ หลังจากทำสมาธิตั้งใจฟังได้ไม่นาน สมาธิก็เริ่มเหือดหายและแน่นอนอย่างเดียวคือ... ตามอาจารย์ไม่ทัน...
“มีอะไรครับ คุณคารอฟ” แน่นอนเมื่อหันมา อาจารย์ท่านเหมือนหันมาพร้อมรังสีอำมหิตที่ไม่รู้ว่ามาจากไหน... ผู้โชคร้ายซึ่งพยายามติดตามการเรียนการสอนนั้นได้แต่อึกอัก แต่ในใจเริ่มด่าแล้วว่า ‘ที่ตูตั้งใจเรียนมานี่มันผิดมากใช่ไหม?’
“....นี่เธอจะสงสัยสินะ ดูสิ!! ยังไม่มีเพื่อนคนไหนเขายกมือสงสัยแบบเธอเลย... ใช่ไหม!! คุณฮันโตริ ฮันเซย์!!!!!” ไอ้ร่างที่หลับๆอยู่นั้น สะดุ้งพรวดขึ้นทันที
“อะไรนะครับ อาจารย์??..” เขาตื่นขึ้นมาด้วยอาการสลึมสลือเล็กน้อย ก่อนจะสะบัดหัวตัวเองนิดๆเพื่อสลัดความง่วง
“อาจารย์เขาถามนายก่อนหน้านี้ว่านายไม่ได้สงสัยอะไรใช่ไหม” ไซโรหันไปกระซิบบอก ก่อนจะถอนหายใจ
“อ้อ... คือ ครับ ผมไม่มีข้อสงสัยอะไร” เมื่อได้ยินดังนั้นจึงตอบได้อย่างโล่งอก
“งั้นเธอตอบที่อาจารย์เล่าไปเมื่อครู่ได้ไหม ถึงวัฒนธรรมของชาวดาวศุกร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดน่ะ มันคือวัฒนธรรมอะไร?” อาจารย์ริธยังไม่หยุดแค่นั้น กลับก้มมองหนังสือแล้วถามต่อ คราวนี้ฮันเซย์ถึงกับอึ้งไปนาน
“ข..ขอโทษครับอาจารย์ ผมเอาแต่อ่านในหนังสือ เลยไม่ทันได้ฟังที่อาจารย์พูด..” แก้ตัวน้ำขุ่นๆไปงั้น... แต่อาจารย์ก็ยังสงบใจ ลดมือราวบอกให้นั่งลง
“งั้นเธอตอบแทนเขาหน่อยได้ไหม? คุณอควาร่า มารีน!!”
“...คุณอควาร่า มารีน!!?” อาจารย์ริธเริ่มตะโกนถาม ทุกคนเริ่มมองหน้ากัน ฮันเซย์หันไปมองอควาร่าที่นั่งทำหน้าตาไม่รู้สึกรู้สา
“อาจารย์ริธเขาเรียกเธอไม่ใช่หรอ?” ฮันเซย์กระซิบข้ามอาคาอิที่หลับไปเรียบร้อยแล้ว อควาร่าหันมา ก่อนจะขมวดคิ้ว
“บ้าหรอ!! นามสกุลฉันอ่านว่ามารีเน่ ดังนั้นมันต้องเป็นคนอื่นแน่!!” อควาร่าเอ่ย พลางขมวดคิ้ว ฮันเซย์ถอนหายใจ.... จะหยิ่งไปไหนแม่คุณ..
“อาจารย์ครับ!” ฮันเซย์ลุกขึ้นยกมือทันที
“อะไร!!? ได้คำตอบแล้วงั้นรึ?” อาจารย์ริธหันมาถามอีก แต่ฮันเซย์ส่ายหน้า
“ผมจะบอกว่าอาจารย์คงอ่านชื่อผิด เพราะมีแต่คนที่ชื่อว่าอควาร่า มารีเน่ครับ” ว่าแล้ว ทำให้อควาร่าหันไปค้อนสายตาใส่ฮันเซย์
“งั้นเหรอ?? งั้นคุณอควาร่า มารีเน่ ช่วยตอบคำถามด้วย” ฟังดังนั้น อควาร่าจึงจำใจต้องยอมลุกขึ้นแล้วตอบไปอย่างมั่นใจ
“ดาวศุกร์นั้น มีสภาพแวดล้อมส่วนใหญ่เป็นหิน และคริสตัล การคงอยู่จึงแปลกแยกไป พวกเขาจึงได้สร้างวัฒนธรรมด้วยความเชื่อถึงความอยู่รอดในดวงดาวนั้น นั่นคือวัฒนธรรม บูชาแท่นหินศักดิ์สิทธิ์ค่ะ” กล่าวจบ ก่อนโค้งตัวสำรวม ก่อนจะได้รับเสียงปรบมือจากคนที่นั่งฟังอยู่
“โอเค ทำได้ดี งั้นเราก็มาเรียนกันต่อ....”
................
...........
......
.
“ให้ตายสิ ทำไมนายถึงพูดไปแบบนั้น นั่นอาจจะเป็นคนอื่นก็ได้” อควาร่า หันไปถากถางฮันเซย์ หลังจากที่เรียนเสร็จแล้ว
“เปล่านี่~ แค่อยากหาคนมายืนเป็นเพื่อน..” ฮันเซย์ยักไหล่กวนๆ แต่ก่อนที่อควาร่าจะฟิวส์ขาด อาคาอิกับเบลเลยต้องรีบจับสองคนนี้แยกออกจากกัน
“อีกอย่าง ถ้านั่นเป็นเธอนะ เผลอๆอาจารย์ไม่เห็นเธอตอบรับ อาจารย์ริธจะเช็คว่าเธอขาดหรือโดดเรียนลงไปก็ไม่รู้นะเออ..” ช่วงประโยคหลัง ก็ก้มลงกระซิบเบากว่าตอนแรก.. ทำให้อควาร่าหน้าถอดสี ก่อนจะโดนจับแยกกันไป
“นี่ๆ แล้วต่อไปเราเรียนอะไรหรอ?” อาคาอิชะเง้อถาม เบลหยิบตารางสอนขึ้นมาดู
“......พักเที่ยงสองชั่วโมง..”
“เอ๋!?” ทุกคนเอ๋อขึ้นมาพร้อมกัน ก่อนจะมาดูตารางสอนบ้าง
“เอาจริงหรอ? นานขนาดนั้นเลย??” อควาร่าขมวดคิ้วขึ้น แต่เมื่อทั้งห้าคนเดินมาถึงโรงอาหารก็เข้าใจ...
ถึงกว้างเพียงใจ นักเรียนจากทุกชั้นปีมาพักพร้อมๆกัน แบบนี้อย่าว่าแต่เรื่องกินเลย โรงอาหารจะอยู่พอมั้ยนี่สิ..
แต่รู้สึกว่ายิ่งชั้นปีสูงๆยิ่งคนจะน้อยนะ.. สังเกตได้จากสีเข็มกลัดที่ติด ...สีส้ม ปีหนึ่ง สีฟ้า ปีสอง สีเขียว ปีสาม สีแดง ปีสี่ สีดำ ปีห้า และ สีขาว ปีหก..
“สงสัยต้องให้ตัวแทนฝากรับเข้าไปแล้วล่ะ” อควาร่าเอ่ย
“งั้นฉันกับอาคาอิจะไปเอง” ฮันเซย์พูดพลางโอบคออาคาอิซึ่งตัวเตี้ยแค่คางเขาเอง
“อ.. อะไรของนายน่ะ” อาคาอิเริ่มโวยวาย แต่อควาร่าก็พูดขัดอย่างไม่พอใจ
“ฉันเองก็จะไปด้วย เพราะฉันเป็นคนเสนอ ไม่งั้นฉันก็เป็นคนเห็นแก่ตัวสิ!!!” อควาร่ายังคงเถียงอีก เล่นเอาฮันเซย์เหงื่อตกไปอีกรอบ ....จะจริงจังก็จริงจังให้มันถูกเรื่องหน่อยเถอะแม่คุณ...
“ไม่ต้องห่วง... รู้มั้ย ท่าทางแบบนั้นแสดงว่าเธอกลัวฉันเอามาเผื่อให้เธอไม่พอล่ะสิท่า เดี๋ยวฉันจะเอาส่วนของเธอมาเยอะๆเลย..” ฮันเซย์พูดพลางยิ้มเจ้าเล่ห์ หากแต่อย่างอควาร่ารึจะยอม เธอเดินไปประชิดเขาก่อนจะจ้องตากลับอีกต่างหาก
“ฉันไม่ได้กินจุขนาดนั้น รู้ไว้ด้วย!!” เธอตะคอกใส่ ก่อนจะเดินนำไปต่อแถวรับอาหาร เบลทำท่าจะตามไปแต่ฮันเซย์เอามือห้ามไว้ ก่อนจะทำมือเป็นสัญญาณว่าเดี๋ยวเขาจัดการเอง ไปหาที่นั่งก่อนเถอะ
เมื่อเดินมานั่งที่โต๊ะ ก็เริ่มเงียบ เนื่องจากเบลที่ขี้กลัว จึงพูดน้อย กับไซโรที่เงียบจนเรียกได้ว่าเย็นชานั้นยิ่งแล้วใหญ่ อาคาอิก็เลยหมดเพื่อนคุย เลยยอมเงียบตามเขาไปอีก...
จนกระทั่งทั้งสองคนที่เป็นตัวแทนไปเอาอาหารมาเผื่อ เดินมาถึงโต๊ะ หลังจากนั่งพร้อมหน้ากันได้.. ไม่ทันที่จะได้ตักข้าวเข้าปาก...
โครม..!!
นั่นไง ได้เรื่องแล้ว..
จากมุมหนึ่งของโรงอาหาร รุ่นพี่ปีสองคนหนึ่ง กำลังเตรียมอัดเด็กหน้าใหม่.. แน่นอน สงสัยจะคิดว่าเป็นรับน้องล่ะมั้ง...
“เป็นแค่เด็กใหม่ อย่าอวดดีให้มากดีกว่านะ” หากแต่รุ่นพี่เริ่มเตะซ้ำเติม เบลเงยหน้าขึ้นมา
“นั่นคารอฟนี่...” อควาร่าแย่งพูดแทนเบล ทำให้เบลเงียบไปอีกครั้ง
“เราควรไปช่วยนา..” อาคาอิกระซิบบอก แต่อควาร่าก็ทำเมิน
“ไม่ล่ะ.. อันตรายซะเปล่า.. แถมพาลจะเจ็บตัวเอาด้วย” เธอเอ่ย พลางก้มลงกินอาหารต่ออย่างไม่ได้สนใจอะไรเลย แต่ไม่นานก็มีคนลุกออกไปจากโต๊ะ
เบลเอามือสะกิดอควาร่า เมื่ออควาร่าเงยหน้าขึ้นมอง
“นายเป็นอะไรรึเปล่า คารอฟ” ฮันเซย์เดินมาหาคารอฟที่มีแววจะโดนชกให้เสียหายอยู่ฝ่ายเดียว เขาเป็นเด็กหนุ่มสวมแว่น อายุน่าจะพอๆกับฮันเซย์ มีผมสีทอง นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้ม
“น..นาย...” เขาพึมพำ สายตาเหมือนต้องการจะบอกว่าอย่ามายุ่ง เดี๋ยวจะเจ็บตัวเปล่าๆ
“เฮ้ ไอ้หนู! นั่นเพื่อนแกใช่มั้ย?..”
“นายไหวมั้ย ถ้าไม่ไหวฉันจะพาไปห้องพยาบาล” ฮันเซย์ยังคงพยายามจะพูดกับคารอฟต่อไป โดยที่ไม่สนใจรุ่นพี่ปีสองที่รุมคารอฟอยู่เมื่อกี้เลย
“นี่.. ไอ้หนู..” รุ่นพี่ปีสองคนเดิมยังคงเรียกอยู่อีกครั้ง ฮันเซย์ก็ไม่ได้ให้ความสนใจ
“ยืนไหวมั้ย?” เขาถามต่อ ทันทีที่รุ่นพี่หมดความอดทน หมัดแรกพุ่งเข้าที่หน้าของฮันเซย์ แต่ทว่า
ปับ!
มือข้างหน้ายื่นมารับไว้ทัน ก่อนจะพบกับเด็กหนุ่มอีกคนที่เดินมาช่วย...
“แกก็อยากจะลองเรอะ ไอ้หนู...” พูดแบบนั้นแต่เมื่อหันมาสบตากับนัยน์ตาสีแดงม่วงนั้น ก็ถึงกับหน้าถอดสี...
สิ่งที่ก่อตัวอย่างช้าๆจากด้านหลังเด็กหนุ่มคนนี้...
“ฮึ่ม... ไปล่ะ!!!!” พูดจบก็กุลีกุจอวิ่งหนีกันไปโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้น ในขณะที่โรงอาหารนั้นเงียบลง..
“..อ้าว.. อะไรกัน ทำไมถึงได้เงียบกันล่ะ?” รุ่นพี่ไดมอนด์เดินมากับรุ่นพี่เซอร์คอน ท่าทางเหนื่อยจากงานพอดู แต่ไม่นานทุกอย่างก็กลับสู่ปรกติ
“ปะ เดี๋ยวฉันพาไปห้องพยาบาล..” ฮันเซย์หันไปบอกกับคารอฟ เขาพยักหน้า พยายามยิ้มราวกับต้องการขอบคุณ
“ด..เดี๋ยวสิ!! พวกนั้นคงไม่คิดจะอดข้าวใช่มั้ย!!” อควาร่าลุกขึ้นอย่างโมโห..
“งั้นเราเก็บของให้พวกเขาเถอะ เวลาก็จะหมดแล้ว.. อาคาอิเรียกสติ ทำให้อควาร่าสงบใจลงได้บ้าง แต่สุดท้ายก็ยังเก็บขนมปังที่เหลือใส่ถุงเอาไว้ให้.. ก่อนจะเริ่มเดินตามไปถึงที่ห้องพยาบาลบ้าง
-------------------------------------------------------------
โฮก...
ลงต่อ.. ช่วงนี้อาจจะหายๆไปบ้าง ไปนั่งจิ้มทำเว็บ..= =" (ยังไม่ได้แวะเวียนไปบลอคหลายๆคนเลย โฮ..)
ความคืบหน้าของทำเว็บก็.. ยังอีกยาวไกลทางด้านข้อมูลที่ไม่พร้อม= ="
ต้องทยอยนั่งแก้บ่อยๆสักหน่อย เหอๆ.. (ปวดแขน..)
รอบนี้ไม่มีภาพเช่นเคยขอรับ=w="
//นอนตาย
!! รอตอนต่อไปนะงับ



อยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปตามๆ
#1 By [Pu]kky... on 2008-10-23 11:13