D.W.School Chapter 1 : โรงเรียน
posted on 23 Apr 2009 19:52 by matora in Art, D-W-Schoolบทที่1 โรงเรียน
‘ในเช้าที่แจ่มใส มักจะมีเรื่องดีๆเกิดขึ้นเสมอ...’
เป็นคำพูดสำหรับคนมองโลกในแง่ดี อย่างชิราห์ มูเวม เด็กสาวธรรมดาๆ.. ซึ่งวันนี้ เป็นวันแรก ละก็เป็นเช้าอันแสนแจ่มใสที่ว่า แต่ไม่ได้เกิดเรื่องดีๆเช่นอย่างที่กล่าว! เธอหิ้วกระเป๋าใบใหญ่ ซึ่งเป็นกระเป๋าเสื้อผ้าออกมาหน้าบ้าน เตรียมเงินให้พร้อม และไม่ลืมกล่าวบอกลาสถานที่ที่เคยเป็นหอพักของตน เธอไม่สามารถพักอยู่ที่นี่ได้ เพราะว่าเธอกำลังจะย้ายไปยังโรงเรียนที่อยู่ห่างไกลจากเมือง แต่ไม่ได้อยู่ในชนบท! เธอโบกรถแท็กซี่ ให้พาไปส่งยังประตูออกนอกเมือง ซึ่งหลังจากนั้น จะมีคนมารับเธอ
แต่นี่ก็เลยเวลานัดมา15นาทีแล้ว เด็กสาวปาดเหงื่อ พลางเดินไปเดินมาอย่างกระวนกระวาย ด้วยข้อคับข้องใจว่าทำไมถึงยังไม่มีใครมา ไม่เห็นแม้แต่เงาคน! จริงๆจะให้รออีกก็พอไหว แต่ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรขนาดจะต้องมาสายด้วยนี่นะ ถ้าเจอหน้าคนที่มารับแล้ว จะต่อว่าซะให้เสียหาย
‘เอี๊ยด!’
เมื่อคิดยังไม่ทันขาดคำ รถมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งก็เข้ามาจอดใกล้ๆ ทำให้เธอสะดุ้ง หลุดจากความคิดทั้งหมด เพ่งความสนใจไปที่คนขับด้วยท่าทีไม่พอใจ
“ขอโทษครับที่มารับช้า” เจ้าของเสียงกล่าวเนือยๆ ก่อนจะส่งยิ้มแหยๆให้ เขาเป็นชายหนุ่มผมสีดำ ดูเซอๆ แต่ด้วยชุดที่สวมอยู่ ทำให้เธอรู้ได้ว่า เขาคือคนที่จะมารับ “คุณชิราห์ ใช่มั้ยครับ?” เขาถามยิ้มๆ เด็กสาวที่กำลังจะถามถึงอีกฝ่ายก็ชะงักทันที
“ใช่แล้วคุณ...”
“ผม โรเวน เป็นประธานนักเรียนครับ ผมจะพาคุณพร้อมกับสัมภาระไปส่งถึงโรงเรียนให้เอง” เขาเอ่ย พลางกระชับเสื้อ ก่อนเก๊กเล็กน้อย
“แต่มอเตอร์ไซค์..” เด็กสาวยังพยายามถามอย่างข้องใจ มอเตอร์ไซค์ที่ไหนมันจะแบกกระเป๋าเสื้อผ้าได้ทั้งใบกันเล่า! และในนั้นไม่ได้มีแค่เสื้อผ้า ไหนจะสารพัดอุปกรณ์ที่เธอเตรียมไว้เพื่อมาอยู่หอที่โรงเรียนใหม่อีกเล่า!
ไม่ทันจะได้ไต่ถามอะไรให้มากความ ชายหนุ่มตัวสูงกว่าก็เอื้อมมือคว้ากระเป๋าเสื้อผ้าไปจากมือเธอซะเฉยๆ ก่อนจะสังเกตกระเป๋าของเธอ เมื่อพบว่ามันมีล้อ ชายหนุ่มก็ยิ้มออกมาอย่างโล่งอก
“คุณคิดถูกนะครับ ที่เอากระเป๋าติดล้อมาใช้” เขาเอ่ย ก่อนจะเปิดที่นั่งในมอเตอร์ไซค์หยิบอะไรบางอย่างออกมาหุ้มบริเวณล้อของกระเป๋าเด็กสาวแน่นอน เธอค่อนข้างจะเดาถูกว่าเขาคิดจะทำอะไร
“ถ้ากระเป๋าฉันเสียขึ้นมา..!”
“ผมยินดีชดใช้ด้วยชีวิตครับ” เขาตัดบท ก่อนที่เด็กสาวว่าที่นักเรียนใหม่จะได้ทันถาม ยิ่งเห็นรอยยิ้มบนหน้าอีกฝ่ายที่ทำเหมือนกับเป็นเรื่องปรกติแล้ว เธอก็ชักอยากจะซัดเขาให้หงายขึ้นมาจริงๆเสียแล้วสิ
เมื่อหาที่ติดกระเป๋าลงกับท้ายมอเตอร์ไซค์เรียบร้อย ให้มันลากไปด้วยได้ เขาก็ลงมือสตาร์ทเครื่องอีกรอบ พร้อมหันมามองเด็กสาวราวกับต้องการเชิญให้ขึ้นมาซ้อน
“โรงเรียนนี้ยากจนนักรึไงนะ.. ไม่เอาจักรยาน หรือสามล้อมาเลยล่ะ” เธอเอ่ยน้ำเสียงประชดก่อนจะนั่งลงตรงที่นั่งด้านหลัง แล้วเกาะเอวชายหนุ่มไว้ “ตกลงคุณใส่อะไรไว้ที่ล้อน่ะ” เธออดถามเสียไม่ได้
“ที่กันการเสียดสีครับผม เวลาลากไปกับมอเตอร์ไซค์ จะได้ไม่เสียหายมาก รวมถึงพื้นตรงนี้จะเรียบตลอดด้วย และยังเป็นดิน โรงเรียนก็อีกแค่ไม่กี่กิโลเมตรเองครับ” เขาอธิบาย และก่อนที่ชิราห์จะยิงคำถามต่อไป เขาก็โพล่งขึ้นมาก่อน จนเธอต้องชะงัก “แล้วถ้าคุณเอากระเป๋าที่ไม่ติดล้อมา ผมก็จะยัดมันใส่ตะแกรงหน้ารถเนี่ยแหละ”
“...มันจะใส่ไหวจริงๆหรอ..?” เด็กสาวเอ่ยอย่างไม่ค่อยเชื่อนัก ยิ่งไอ้การตอบคำถามแบบไม่ต้องฟังคำถาม ราวกับพูดคนเดียวนั้น ทำให้เธอต้องสงสัยว่าเขาอ่านใจคนได้หรือเปล่า
“อยากลองมั้ยครับ?” เขาถาม พลางค่อยๆชะลอความเร็วเผื่อว่าเธอจะเปลี่ยนใจ
“ไม่ต้องๆ ไปต่อเลย! ไปๆ” เธอเริ่มเปลี่ยนเป็นออกคำสั่งเร่งให้เขารีบไปถึงโรงเรียนให้เร็วที่สุดแทน
ไม่นานนัก ก็มาถึงโรงเรียนเสียที แน่นอนว่า ตอนนี้เพิ่งจะแค่ 7 โมงเช้าเท่านั้น เป็นเวลาให้นักเรียนเตรียมตัวก่อนจะไปรวมตัวที่หอประชุม และเริ่มเรียนในตอนเช้า เมื่อเข้ามาถึง ก็มีเด็กสาวสองคนยืนรอรับทั้งคู่ ชายหนุ่มลงจากมอเตอร์ไซค์ แล้วส่งกระเป๋าของชิราห์ให้ทั้งคู่ เด็กคนหนึ่งที่ดูเตี้ยแค่เอวของชิราห์เงยหน้ามองเธอ ราวกับต้องการจะจำหน้าเธอไว้ ทำให้เธอมองตอบอย่างงงๆ ส่วนอีกคน ก็สูงแค่ไหล่ของเธอเท่านั้นเอง เห็นท่าทีทั้งคู่ลากกระเป๋าของเธอไปแล้ว ทำให้เธอชักอยากจะขอไปลากเสียเองแล้ว ด้วยเกรงว่าทั้งคู่จะรับน้ำหนักกระเป๋าไม่ไหว โดนทับแบนซะก่อน
“ระหว่างนี้ผมจะพาสำรวจโรงเรียนนะครับ” ชายหนุ่มผู้อ้างว่าตนคือประธานนักเรียนกล่าว เด็กสาวแทบจะทำสีหน้าไม่ถูกทันที แค่เมื่อกี้ก็ทำเอาเธอรู้สึกแหยงๆแล้ว
จากที่ได้เดินทัวร์รอบๆ พบว่าโรงเรียนที่เหมือนจะกว้าง ก็ไม่ได้กว้างนัก ตราโรงเรียนเป็นรูปเพชรและมีปีกที่ด้านหลัง ดูเรียบง่าย ตึกเรียน มีเพียงตึกเดียวข้างหน้าใหญ่ๆ ที่เหลือคือหอสมุด หอพัก โรงอาหาร โรงกิจกรรมซึ่งบางครั้งก็ใช้เป็นหอประชุม แล้วยังมีสระว่ายน้ำ และโรงยิมด้วย ส่วนด้านหลังก็คือป่าทึบ
“โรงเรียนนี้มีกฎเพียงสองข้อง่ายๆครับ.. หวังว่าคุณจะระวังและจำให้ขึ้นใจ” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นอีก น้ำเสียงคราวนี้ดูจริงจัง “ข้อแรก ห้ามไปเล่นข้างหลัง ตรงป่าหลังโรงเรียนเด็ดขาด ข้อสอง ห้ามทำการกระทำใดๆก็ตามที่จะเป็นการเปิดโปงเรื่องราวในโรงเรียน หวังว่าคุณคงจะจำได้” พูดจบก็หันมามองชิราห์ เด็กสาวทำสีหน้าแปลกใจ
“เปิดโปง?” เธอทวน ทำให้ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะเหล่ตามองเธอ
“หรือว่า.. คุณเป็นมนุษย์ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ที่โดนย้ายมาโรงเรียนนี้?” เขาถามขึ้นมาลอยๆ ทำให้ชิราห์ทำสีหน้าแปลกใจขึ้นไปอีก
“คุณหมายความว่าไง!?” เธอถามแทบจะเป็นตะคอกใส่ ชายหนุ่มเอานิ้วแตะริมฝีปากเด็กสาว เป็นการส่งสัญญาณให้เธอเงียบ
“แบบนี้ แสดงว่าคุณคงตกที่นั่งลำบากแล้วล่ะ สำหรับการปรับตัวให้เข้ากับโรงเรียนนี้..” เขาพูดพลางยิ้มให้ ชิราห์ยังคงไม่เข้าใจความหมายที่ต้องการจะสื่อ เธอยังคงได้แต่พยายามอ้าปากพูด แต่เขาก็เดินนำไปแล้ว ทำให้เธอต้องรีบตามไป
“เดี๋ยวสิ ฉันยังไม่เห็นรู้เรื่องอะไรเลย!!” เธอพูดพลางดึงแขนชายหนุ่มไว้ เขาชะงัก ถอนหายใจพลาง หันมามองเด็กสาว ที่ทำหน้าเหมือนกับว่า ถ้าเขาไม่เล่าให้เคลียร์ล่ะก็ เธอจะอัดเขาแน่ๆ
“โรงเรียนนี้ มีจุดประสงค์จริงๆแล้วไม่ได้เปิดมาเพื่อรับมนุษย์มาเข้าเรียนครับ” เขาอธิบาย เด็กสาวเลิกคิ้ว เธอยังไม่ค่อยเชื่อนัก แล้วที่ยืนคุยกับเธอนี่ไม่ใช่มนุษย์หรอกหรือ?
“ถ้าคุณสังเกตดีๆ จะเห็นว่านักเรียบหลายๆคนในโรงเรียนค่อนข้างแปลกๆหรือผิดมนุษย์มนา ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นเผ่าพันธุ์อื่นที่เข้ามาเรียนครับ” เขาอธิบายต่อ แน่นอน เด็กสาวทำท่าไม่เชื่อทันที ชายหนุ่มก้าวเดินต่อไปอีก ก่อนจะค่อยๆอธิบาย “คุณอาจสงสัยกับคำว่าเปิดโปง เพราะคุณเป็นมนุษย์ ซึ่งจริงๆก็คือ หากเรื่องในโรงเรียนนี้ทั้งหมด ถูกเผยสู่สายตาของประชากรหลายล้านล้านคนบนโลก ให้รับรู้ถึงการมีตัวตนของโรงเรียนนี้ สาบานได้เลยครับ ว่าหลังจากนั้น จะมีสงครามโลกครั้งที่3เกิดขึ้น”
“...ทำไมล่ะ?..”
“พวกเขาไม่ยอมรับพวกเราหรอกครับ ทั้งผลักไสไล่ส่งและออกตามล่า ฆ่าล้างโคตร พวกเราจึงต้องมาอยู่ที่โรงเรียนนี้ครับ.. อะ ถึงห้องของคุณแล้ว ขอให้ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ให้ดีนะครับ” เขาเอ่ย พลางหยุดเดิน เมื่อมาหยุดอยู่ที่ห้องๆหนึ่ง ซึ่งชิราห์ยังตกใจว่าทำไมถึงได้เดินมาถึงห้องไวปานนี้ อาจเป็นเพราะทั้งคู่เดินเร่งๆมาก็ได้มั้ง
“ถ้าฉันเปิดห้องนี้ไป ฉันจะประจักษ์ทุกอย่างด้วยสายตาสินะ” ชิราห์หันมาถาม ชายหนุ่มพยักหน้า
“ถ้าคุณมีปัญหาอะไร ให้มาหาที่ห้องสภานักเรียนที่ชั้นล่างได้เลยครับ ผมยินดีช่วยเหลือ..” เขาเอ่ย แต่ก่อนที่จะเดินไปนั้น เด็กสาวก็ชิงตัดถามขึ้นก่อน
“แล้ว.. ตกลงคุณคือมนุษย์ใช่หรือเปล่า!?” ชายหนุ่มหยุดชะงักทันที ก่อนจะหันมามองเด็กสาวพลางส่ายหน้าเล็กน้อย
“คุณเดาถูก........... เพียงครึ่งเดียวครับ...” ว่าแล้วก็ยิ้มก่อนจะเดินไปเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น.. เด็กสาวรู้สึกเหมือนตัวเองสั่นนิดๆ ก่อนจะหันไปที่ประตูทางเข้าห้องเรียนอีกครั้ง..
เพื่อนในห้อง อาจจะกำลังตื่นเต้นกับนักเรียนใหม่อย่างเธอ... แต่เธอจะหวาดผวากับพวกเขามั้ยนี่สิ.. แต่ว่า ขนาดประธานนักเรียนที่ชื่อโรเวนคนนั้นยังเหมือนมนุษย์ได้ขนาดนี้ คงไม่มีอะไรน่ากลัว...
เมื่อพยายามรวบรวมความกล้าทั้งหมดได้แล้ว เด็กสาวจึงตัดสินใจเปิดประตูเข้าไป
‘แอ้ด’
*~To be Continue~*
Another Story *1
ในห้องสี่เหลี่ยม ที่เต็มไปด้วยภาพศิลปะต่างๆ ประดับแขวนอยู่มากมาย ผ้าม่านสีขาวต้องสายลม เพราะว่าหน้าต่างที่คอยกันลมนั้นเปิดอยู่
ชายหนุ่มผมสีทองนั่งอยู่หน้ากระดาษที่ว่างเปล่า จรดพู่กันลงบนกระดาษนั้น และแต่งแต้ม.. นัยน์ตายังคงปิดสนิท.. แต่เขาไม่ได้ตาบอดหรอก...
"..มีเรื่องให้ฉันต้องตามดูอีกแล้วสินะ... น่าอิจฉาจริงๆน้า.. ชีวิตคนธรรมดาเนี่ย.."
**********************************************************
อ่า.. ฝากตัวกับนิยายอีกครั้งขอรับ /โค้ง เรื่องนี้ก็(เป็นอีกเรื่องที่)จะพยายามต่อไปให้ดีที่สุด
มีปัญหากับการอ่านยังไงแจ้งได้นะขอรับ เพราะกระผมเองก็จะต้องแก้ให้มันออกมาอ่านสะดวกที่สุดขอรับ= =" เดี๋ยวจะพาลปวดตากันเปล่าๆ
ปล. ตรง Another Story จะไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องโดยตรงขอรับ^^
edit..(ตอนนี้กำลังจนปัญญากับไซส์อักษรขอรับ..=_=")
แจ้ง.. ตอนนี้หากใครที่เห็นอักษรเล็ก ลองใช้ Ctrl ค้างแล้ว+ดูขอรับ มันจะซูมเข้าไปให้..=_=" เดี๋ยวกระผมต้องหาทางแก้สักครู่.. หากต้องการออกมาเหมือนเดิม Ctrl แล้วกด -ขอรับ




ติดตามตอนต่อไปหึหึ
#1 By chompoo (125.26.78.39) on 2009-04-23 20:26